
ลุ้นศาลสั่งถอนฟ้อง"ศุภชัย" !!!
ทนายเผยศาลอาญานัดฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ขอถอนฟ้องคดียักยอกสำนวนแรก 22 ล้าน หลังชดใช้สหกรณ์ แจงคดียอมความขอถอนได้แต่ตัวยังติดคุกยาวคดีรอคิวเพียบ
2 มิ.ย.60 นายวันชัย บุญนาค ทนายความของ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อายุ 60 ปีอดีต ประธานกรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เปิดเผยถึงการถอนฟ้องและชดใช้เงินคืนสหกรณ์คดียักยอกทรัพย์สำนวนแรกที่ศาลตัดสินไปแล้วว่า ในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ศาลอาญาได้นัดฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ ที่สหกรณ์ฯคลองจั่น ผู้เสียหาย ได้ขอยื่นถอนฟ้องคดียักยอกทรัพย์หมายเลขดำ 1739/2558 ชั้นอุทธรณ์ ซึ่งคดีนี้ศาลอาญาซึ่งเป็นศาลชั้นต้น ได้พิพากษาจำคุกนายศุภชัย8 กระทงเป็นเวลา14 ปี 24 เดือนที่ได้รับสารภาพในชั้นพิจารณา
แต่ระหว่างที่มีการอุทธรณ์คดี นายศุภชัย จำเลย ได้มอบหมายให้ตนนำเงิน 34,752,150 บาท ชดใช้เป็นค่าเสียหายให้กับสหกรณ์ฯ จากนั้นสหกรณ์ ฯในฐานะผู้เสียหายก็ได้ยื่นคำร้องเพื่อขอถอนฟ้องคดี
นายวันชัย ทนายความ กล่าวถึงขั้นตอนต่อว่า เมื่อสหกรณ์ฯ ยื่นคำร้องแล้ว ศาลอุทธรณ์ก็ได้มีคำสั่งให้ศาลอาญา สอบถามข้อเท็จจริงจากคู่ควาทเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งอัยการโจทก์ได้ เเถลงคัดค้านโดยอ้างเหตุว่าสหกรณ์ฯ ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจทำบันทึกตกลงยอมความในคดีอาญากับนายศุภชัย เนื่องจากสหกรณ์คลองจั่นอยู่ระหว่างคดีขอเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการตามพ.ร.บ.ล้มละลายฯ ในศาลล้มละลายกลาง
ซึ่งตนก็ได้ยื่นคำร้องโต้เเย้งเหตุของอัยการว่า คดีนี้ เป็นคดีอาญาที่ยอมความได้ก่อนที่คดีจะสิ้นสุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35 ไม่ใช่เป็นคดีเเพ่งเเละไม่ใช่คดีขอฟื้นฟูกิจการ ดังนั้นสหกรณ์ฯ โดยกรรมการการดำเนินงานเเละผู้บริหารสหกรณ์ย่อมสามารถตกลงรับเงินเยียวยาเเละทำบันทึกยอมความกับนายศุภชัย จำเลยได้
นายวันชัย ทนายความ กล่าวอธิบายอีกว่า หากที่สุดเเล้วถ้าศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตถอนฟ้องได้ คดีอาญาดังกล่าวก็จะเป็นที่ระงับตามกฎหมาย แต่นอกจากคดีนี้เเล้ว นายศุภชัย ยังมีคดีอยู่ที่ศาลอาญาอยู่อีก 3 คดี ซึ่งมีคดีที่ร่วมกับ น.ส.ศรัณยา มานหมัด , นางทองพิน กันล้อม ร่วมกันฟอกเงินที่มีพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายที่ยังไม่ได้ตัวมาร่วมเป็นผู้ต้องหาด้วย
ขณะเดียวกันนายศุภชัย ก็ยังมีคดีที่อยู่ในการทำสำนวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)รวมเเล้วเป็นสิบกว่าคดี เมื่อยังมีคดีค้างอยู่ในดีเอสไอเเละอัยการจำนวนมาก แม้จะได้รับการปล่อยชั่วคราวจากคดีใดคดีหนึ่ง เชื่อว่าจะมีพนักงานสอบสวน มารออายัดตัวหน้าเรือนจำ ซึ่งการยื่นประกันตัว หากจะดำเนินการ นายศุภชัย คงต้องใช้หลักทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 20-30 ล้านบาท
"ที่ผ่านมาเราเคยยื่นประกันตัวคดียักยอกทรัพย์ในคดีฟอกเงินนี้ต่อศาลอุทธรณ์เป็นสิบครั้ง เเต่ไม่เคยได้ประกันตัว ดังนั้นถ้าเเม้ศาลจะอนุญาตถอนฟ้อง เเต่คดีฟอกเงินวัดพระธรรมกายศาลก็ไม่อนุญาตให้ประกันตัวรวมถึงจำเลยรายอื่นด้วย ซึ่งการจะยื่นประกันตัวก็จะต้องยื่นหลักทรัพย์จำนวนมากเพื่อให้มีความน่าเชื่อถือ ที่มีข่าวลือตามโซเชี่ยลว่าหากศาลอนุญาตถอนฟ้องคดียักยอกนี้เเล้วศุภชัยจะได้ปล่อยตัวไปเอามาจากไหน" นายวันชัยทนายความอดีตปธ.สหกรณ์ กล่าวชี้แจง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีแรกที่ศาลมีคำพิพากษาลงโทษนายศุภชัยนั้น เป็นคดีหมายเลขดำ อ.1739/2558ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายศุภชัย ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และจัดการทรัพย์สินผู้อื่นโดยทุจริตในฐานะเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 และ 354 จากกรณีวันที่ 10 เม.ย.– 8 ต.ค.56 นายศุภชัยจำเลยให้เจ้าหน้าที่บัญชี เบิกเงินสดของสหกรณ์ ผู้เสียหาย หลายครั้งหลายหนรวม 8 ครั้งๆ ละระหว่าง 184,000 บาท – 6 ล้านบาท รวม 22,132,000 บาทเข้าบัญชีของจำเลยหรือบุคคลที่ 3 โดยทุจริต โดยในชั้นพิจารณานายศุภชัย ได้ให้การรับสารภาพ



