ข่าว

ทีบีซีประสานพม่าเต็มที่ล่าตัวแก๊ง"เปรี้ยว"ฆ่าหั่นศพ

ทีบีซีประสานพม่าเต็มที่ล่าตัวแก๊ง"เปรี้ยว"ฆ่าหั่นศพ

02 มิ.ย. 2560

ทีบีซีประสานพม่าต่อเนื่อง สืบหาแหล่งกบดาน ล่าตัวแก๊งสาวโหดฆ่าหั่นศพ"น้องแอ๋ม" แจ้งเมียนมาเป็นคดีอุกฉกรรจ์เป็นที่ต้องการตัว

     คืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ็ย หรือ"น้องแอ๋ม" อายุ 22 ปี ล่าสุดวันนี้ (2มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังจากที่ตำรวจ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ได้ประสานมายังศูนย์ประสานงานชายแดนไทย-เมียนมา ระดับท้องถิ่น หรือ TBC ให้ข้ามไปดูตัวบุคคลที่ทางการเมียนมาได้เชิญตัวไปสอบปากคำว่าเกี่ยวข้องกับคดีที่ทางการไทยได้ออกหมายจับ น.ส.กวิตา ราชดา หรือ"เอิร์น" อายุ 25 ปี และ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ"เปรี้ยว" อายุ 24 ปี และ น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือ"แจ้" อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม โดยพบว่าบุคคลต้องสงสัยทั้งหมดไม่ใช่ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ประสานงานกันอย่างต่อเนื่องเพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คนมาดำเนินคดีให้ได้

     พ.อ.กิดากร จันทรา ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง ในฐานะประธานศูนย์ประสานงานชายแดนไทย-เมียนมา ระดับท้องถิ่นหรือ TBC ฝ่ายไทย กล่าวว่า ในส่วนของ TBC เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ประสานงานกับทางเมียนมา เพื่อให้จ้าหน้าที่สามามรถดำเนินการติดตามตัวผู้ต้องหาโดยไม่มีอุปสรรค์ ซึ่งการประสานงานที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือกับทาง TBC ฝ่ายเมียนมา เป็นอย่างดี ทั้งการประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและชุดติดตามจับกุม ทำให้ได้ข้อมูลและความคืบหน้าตามที่เป็นข่าว

     อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็ได้เร่งติดตามผู้ต้องหาในคดีนี้ สำหรับการเกี่ยวโยงกับขบวนการค้ายาเสพติดหรือไม่นั้นยังคงอยู่ในระหว่างดำเนินการ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.เป็นผู้ติดตามสืบสวนความเกี่ยวเนื่องกับขบวนการค้ายาเสพติด

     ด้าน พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ ผกก.ตม.เชียงราย กล่าวว่า ขณะนี้การติดตามสืบสวนและจับกุมเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เมียนมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของไทยก็ได้รับการประสานงานพร้อมกับสนับสนุนข้อมูล โดยประสานงานก่อนหน้านี้ก็แสดงให้เห็นถึงความมือกันเป็นอย่างดีระหว่าง 2 ประเทศ และหากสามารถจับกุมตัวทั้ง 3 คนมาได้ก็จะต้องดูว่าทางการเมียนมาจะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากที่ผ่านมาทั้งหมดได้เดินทางออกไปด้วยบัตรผ่านแดนชั่วคราวหรือบอเดอร์พาสที่มีอายุอยู่ในประเทศเมียนมาได้ 7 วัน ปัจจุบันครบกำหนดแล้วหลังออกไปตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.จึงเป็นไปได้ว่าหากถูกจับกุมจะถูกดำเนินคดีในฝั่งเมียนมาก่อนแล้วค่อยส่งมาดำเนินคดีตามข้อหาของฝั่งไทย เหมือนหลายคดีที่ผ่านมา

     แต่สำหรับคดีนี้ก็ได้แจ้งให้ทางเมียนมาทราบแล้วว่าเป็นคดีอุฉกรรจ์ และต้องทำการสอบปากคำเพื่อนำผลมาประกอบคดี ซึ่งทางเมียนมาก็ทราบแล้ว

     สำหรับการดำเนินการนั้นทางเจ้าหน้าที่ในท่าขี้เหล็กก็จะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงก่อนจึงจะสามารถดำเนินการได้ว่าจะสามารถส่งตัวมาให้กับประเทศไทยได้เลยหรือไม่ เพื่อไม่ให้เป็นการกระทบกับความสัมพันธ์ทั้ง 2 ประเทศเป็นไปได้หากว่ามีการประสานความร่วมมือเพื่อนำมาดำเนินคดีในฝั่งไทยก่อนเช่นกัน สำหรับโทษการหลบหนีเข้าเมืองของประเทศเมียนมา มีระวางโทษจำคุก 6 เดือน