
ดัชนีเชื่อมั่น ส.ค.สูงสุดรอบ7เดือน
ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ส.ค.ปรับตัวสูงสุดในรอบ 7 เดือน หลังโครงการใช้เงินไทยเข้มแข็งมีความชัดเจน การเมืองไม่รุนแรงอย่างที่คิด ส่งผลจีดีพีเป็นบวกปลายปี แนะจับตาปัญหาคอรัปชั่นจากการเร่งใช้เงิน
นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนสิงหาคม ปรับตัวดีขึ้นจาก 73.4 ในเดือนกรกฎาคม เป็น 74.5 เป็นการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง 3 เดือนตั้งแต่เดือนมิถุนายน และถือเป็นตัวเลขสูงสุดในรอบ 7 เดือน โดยสาเหตุที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจได้รับปัจจัยบวกจากการเดินหน้าโครงการลงทุนไทยเข้มแข็งของรัฐบาลในช่วงแรกและมีการใช้เงินกว่า 2 แสนล้านบาท และเตรียมโครงการเพิ่มอีก 1 แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปี 2553 รวมถึงการที่คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายและราคาน้ำมันดีเซลในประเทศปรับตัวลดลง
ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เริ่มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะปัญหาการเมืองที่เคยกังวลว่าจะเกิดความรุนแรงเริ่มมีสถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ ทำให้ประชาชนคลายกังวล และในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาประชาชนเริ่มใช้จ่ายมากขึ้น เห็นได้จากยอดซื้อรถยนต์ปิกอัพเติบโตต่อเนื่อง 4 เดือน โดยมองว่าการส่งออกน่าจะเป็นบวกได้ในช่วงไตรมาส 4 ขณะที่การท่องเที่ยวจะกลับมาเป็นบวกได้ 5% จากเดิมติดลบ 1.5% ส่งผลให้จีดีพีไตรมาส 4 น่าจะขยายตัวที่ 2-3%
สำหรับสิ่งที่ต้องจับตาคือ ปัญหาคอรัปชั่นจากโครงการลงทุนไทยเข้มแข็ง เพราะแม้จะเป็นโครงการที่ดี แต่ต้องควบคุมแนวทางปฏิบัติให้เกิดความโปร่งใส โดยหากรัฐบาลเร่งเดินหน้าโครงการและใช้วัตถุดิบในประเทศก็จะก่อให้เกิดการจ้างงานและช่วยผลักดันจีดีพีปี 2553 ให้เติบโตได้ 5% แต่หากไม่เป็นไปตามเป้าหมายก็อาจขยายตัวแค่ 3%



