
'เวียดนาม'เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมในนครโฮจิมินห์ !·
โดย - อ.พิสิฐ อำนวยเงินตรา อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คนกรุงเทพและปริมณฑลต่างเผชิญกับความโกลาหลอลหม่านจากฝนที่ถาโถมลงมาอย่างหนักในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในถนนหลายสาย การจราจรเป็นอัมพาต โรงเรียนหลายแห่งประกาศหยุดการเรียนการสอน ย่านการค้าใจกลางเมืองเผชิญน้ำทะลักเข้าท่วม ภาพเหตุการณ์เหล่านี้ล้วนเป็นภาพคุ้นชินของคนเมืองกรุง เป็นปัญหาซ้ำซากยากเกินกว่าจะแก้ไข
ไม่เพียงแต่กรุงเทพมหานครที่เผชิญปัญหาน้ำท่วมเรื้อรัง นครโฮจิมินห์ หรือ ไซ่ง่อน (ภาษาเวียดนามออกเสียงว่า ส่าย ก่อน) เมืองขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศเวียดนาม และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ ต่างก็เผชิญกับปัญหาน้ำท่วมทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูมรสุมตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน รวมทั้งในช่วงน้ำทะเลหนุนทำให้เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่โดยรอบอยู่เป็นประจำ
ด้วยสภาพภูมิประเทศของนครโฮจิมินห์ที่ตั้งอยู่ในที่ลุ่มต่ำ ติดทะเล มีแม่น้ำขนาดใหญ่ไหลพาดผ่าน และพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งสูงกว่าระดับน้ำทะเลเพียง 0-1 เมตร ส่งผลให้นครโฮจิมินห์มีสภาวะที่อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้การพัฒนาและการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็วยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดอุปสรรคต่อระบบระบายน้ำในตัวเมือง ไม่ว่าจะเป็น การสร้างบ้านเรือนกีดขวางทางน้ำ ปัญหาดินทรุดจากการสร้างที่พักอาศัยและขุดเจาะน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ ขยะและสิ่งปฏิกูลอุดตันท่อระบายน้ำ
นับตั้งแต่ต้นปี 2560 เป็นต้นมา นครโฮจิมินห์เผชิญน้ำท่วมขังไปแล้วหลายครั้ง ทั้งจากสาเหตุฝกตกหนักและน้ำทะเลหนุน มีพื้นที่เกิดน้ำท่วมกว่า 220 จุด โดยถนนเหงียน ฮื๋ว แก่ง เป็นพื้นที่ประสบน้ำท่วมขังหนักที่สุด จากปัญหาน้ำท่วมเรื้อรังและนับวันจะยิ่งทวีความรุนแรง ก่อให้เกิดการริเริ่มโครงการป้องกันน้ำท่วมในนครโฮจิมินห์เมื่อปีที่ผ่านมา
โครงการดังกล่าวเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่มีมูลค่าเกือบ 10 ล้านล้านด่ง หรือ ประมาณ 15,743 ล้านบาท เป็นโครงการป้องกันน้ำท่วมแห่งแรกในประเทศเวียดนาม ประกอบด้วย การก่อสร้างประตูกั้นน้ำและระบายน้ำขนาดใหญ่จำนวน 6 แห่ง กำแพงเขื่อนกั้นน้ำความยาว 8 กิโลเมตรริมแม่น้ำไซ่ง่อน พร้อมด้วยประตูระบายน้ำขนาดเล็ก 25 ประตู โครงการป้องกันน้ำท่วมของนครโฮจิมินห์มีระยะเวลาก่อสร้างตั้งแต่ปี 2559 ถึงปี 2561 หากโครงการแล้วเสร็จจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมครอบคลุมพื้นที่กว่า 570 ตารางกิโลเมตร และครอบคลุมพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่ราว 6.5 ล้านคน บริเวณริมแม่น้ำไซ่ง่อนและใจกลางนครโฮจิมินห์
นอกจากโครงการป้องกันน้ำท่วมดังกล่าว นครโฮจิมินห์ยังดำเนินการขุดลอกท่อระบายน้ำ ปรับปรุงคูคลอง สร้างทางระบายน้ำขนาดเล็กเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำทางน้ำ เพิ่มกำลังคนและเตรียมเครื่องสูบน้ำให้พร้อมใช้งาน ที่สำคัญมีการออกมาตรการเร่งด่วนรับมือน้ำท่วมระยะสั้นด้วยการติดตั้งกล้อง CCTV จำนวน 35 ตัว ตามพื้นที่จุดเสี่ยงน้ำท่วม และยังมีการแจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำท่วมให้แก่ประชาชนผ่านทางเว็บไซต์แผนกข้อมูลการจราจรนครโฮจิมินห์อีกด้วย
ปัจจุบันโครงการป้องกันน้ำท่วมของนครโฮจิมินห์มีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 37 โดยมีการเร่งก่อสร้างให้แล้วเสร็จทันช่วงวันรวมชาติเวียดนาม (30 เมษายน 2561) อย่างไรก็ตามการก่อสร้างโครงการป้องกันน้ำท่วมยังมีความล่าช้าอยู่บ้าง เนื่องจากติดปัญหาการเวนคืนที่กว่า 402 หลังคาเรือน และ 16 หน่วยงานภาคธุรกิจ
หากโครงการป้องกันน้ำท่วมในนครโฮจิมินห์แล้วเสร็จ น่าจะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เติมเต็มให้เมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจของเวียดนามแห่งนี้เติบโตได้อย่างมั่นคง และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ ทั้งยังเป็นแบบแผนให้กับเมืองต่างๆ ในประเทศเวียดนามนำไปปรับใช้ในการป้องกันน้ำท่วมอีกด้วย



