ข่าว

เจ้าของบริษัทยันรถหรู40คันนำเข้าถูกต้องพร้อมแจงดีเอสไอ

เจ้าของบริษัทยันรถหรู40คันนำเข้าถูกต้องพร้อมแจงดีเอสไอ

01 มิ.ย. 2560

บิ๊ก เอส ทีที ออโต้คาร์ ยัน ชูเปอร์คาร์กว่า 40 คันที่ดีเอสไอยึดไปนำเข้า-เสียภาษีถูกต้องครบถ้วนทุกขั้นตอน ใช้ราคากลางเหมือนบริษัทอื่น พร้อมนำเอกสารเข้า ชี้แจง

      จากกรณีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอบุกค้น 6 จุด โชว์รูมรถหรูกลางกรุง พบมาเซราติ, โรลส์-รอยซ์, แอสตัน มาร์ติน, แมคลาเรน และ เฟอร์รารี เลี่ยงภาษี ยึดเอกสารตรวจสอบ พร้อมสั่งอายัดเพิ่มรวม 38 คัน มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม

          ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่โรงแรม เอส ซีปาร์ค แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม. นายอินทระศักดิ์ เตชธีรสิริ กรรมการบริษัท เอส ทีที ออโต้คาร์ และ เอส ทีที ออโต้เซอร์วิส พร้อมด้วยทนายความจากประเทศอังกฤษ และ นายดุษฏี บุญยะวณิช ทนายความส่วนตัว ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงกรณีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษและกรมศุลกากรทำการอายัดรถหรู จำนวนกว่า 40 กว่าคัน หลังต้องสงสัยว่ารถหรูนำเข้าที่นำมาจำหน่ายในโชวรูมรถของทั้ง 2 บริษัทดังกล่าว มีบางส่วนเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาจากประเทศอังกฤษ และมีการแจ้งสำแดงเท็จ

          นายอินทระศักดิ์ ชี้แจงว่า รถทุกคันของบริษัทเป็นรถที่มีการซื้อขายอย่างถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายและผ่านการตรวจสอบจากทางกรมศุลกากรประเทศอังกฤษ ต้นทางจำหน่ายของรถที่บริษัทตนสั่งซื้อมา ก่อนที่จะมีการส่งรถมายังประเทศไทย ซึ่งในส่วนนี้ตนเองก็พร้อมที่จะเข้าชี้แจงกับทางเจ้าหน้าที่และได้เตรียมเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการซื้อขายรถทุกคันทั้งหมดไว้พร้อมชี้แจงแล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่มีจดหมายเรียกเข้าพบจากทางเจ้าหน้าที่และยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆรวมถึงยังไม่มีหลักฐานหรือเอกสารใดๆที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการโจรกรรมรถจากประเทศอังกฤษส่งมายังตน

          "ที่ผ่านมาผมทำธุรกิจดังกล่าวมานานกว่า 10 ปี แต่ละประเทศมีการตรวจสอบรถก่อนส่งออกอย่างละเอียดทุกครั้ง ผมจึงสงสัยว่ารถที่บริษัทผมนำเข้ามานั้นจะเป็นรถที่ถูกโจรกรรมได้อย่างไร ส่วนกรณีรถลัมโบกีนี่ รุ่นฮูราแคน สไปร์เดอร์ สีเขียว ของ นายปกรณ์ ลัม หรือโดม ที่อยู่ในโชว์รูมรถของบริษัทผมนั้น เป็นรถที่นายปกรณ์ นำมาฝากขาย เท่านั้น"นายอินทระศักดิ์ กล่าว

           กรรมการบริษัท เอส ทีที ออโต้คาร์ กล่าวกรณีมีการตั้งข้อสงสัยว่ารถทั้งหมดที่ถูกอายัดนั้นมีการสำแดงเท็จราคาต่ำกว่าราคากลางนั้น ในส่วนนี้ต้องเป็นทางกรมศุลกากรเป็นผู้ชี้แจง เพราะตนปฏิบัติตามขั้นตอนที่ทางเจ้าหน้าที่กำหนดทุกขั้นตอน ซึ่งในส่วนของราคากลางเองนั้นก็เป็นทางเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรเป็นผู้กำหนดและประเมินราคา โดยอ้างอิงจากราคาจากเว็บไซต์ผู้ผลิตรถยี่ห้อนั้นๆตามประเทศต้นทางผู้ผลิต ซึ่งในส่วนของตนทำหน้าที่เพียงแค่จ่ายเงินภาษีตามที่ทางเจ้าหน้าที่กรมศุลแจ้ง และบริษัทของตนก็เสียภาษีครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด และข้อกำหนดดังกล่าวก็มีการปฏิบัติใช้มานานกว่า 1 ปีแล้ว อีกทั้งรถในโชว์รูมของตนก็เสียภาษีและใช้ราคากลางเท่ากับรถของบริษัทนำเข้าอื่นๆ ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมทางเจ้าหน้าที่ถึงได้เจาะจงมาที่บริษัทของตนทั้งๆที่บริษัทอื่นๆก็ใช้กฎเกณฑ์กำหนดราคากลางเช่นเดียวกับบริษัทของตน

          "เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบกับธุรกิจของตนเป็นอย่างมาก รถทั้งหมดที่เตรียมไว้จำหน่ายก็ถูกอายัด ไม่สามารถทำการซื้อขายได้ อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือในมุมมองของลูกค้า ซึ่งไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าวได้ ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมทางเจ้าหน้าที่ถึงไปแถลงข่าวให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนออกไปในลักษณะดังกล่าว ซึ่งหลังจากนี้หากเจ้าหน้าที่ติดต่อไปให้ข้อมูลก็ยินดีและพร้อมนำหลักฐานต่างๆเข้าชี้แจงด้วย"  นายอินทระศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย