
จี้จังหวัดประกาศคุมราคาน้ำตาลทรายป้องกันพ่อค้าฉวยขึ้นเกินจริง
พาณิชย์ขอความร่วมมือทุกจังหวัดประกาศราคาควบคุมน้ำตาล ป้องพ่อค้าฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินจริง ยี่ปั๊วจี้จัดสรรน้ำตาลโควตา ก ที่เหลือ 5.7 ล้านกระสอบ ออกสู่ตลาดถี่ขึ้น ด้าน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลยันไม่ขาดแคลน
นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับยี่ปั๊วซาปั๊วถึงสถานการณ์น้ำตาลในประเทศ ว่า จากการหารือได้รับการยืนยันจากยี่ปั๊วซาปั๊วที่เข้าร่วมประชุมว่า ขณะนี้ได้รับมอบน้ำตาลจากโรงงานลดลง และมีโรงงานบางแห่งเรียกค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจริง ทำให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้น 10-40 บาทต่อถุงขนาด 50 กิโลกรัม และมีการผลักภาระให้แก่ประชาชนผู้บริโภค โดยเฉพาะในต่างจังหวัดมีการขายเกินราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 23-25 บาท
ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์มีการควบคุมราคาขายปลีกน้ำตาลทรายอยู่แล้ว โดยน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ราคากิโลกรัมละ 23.50 บาท ซึ่งเป็นราคาควบคุมในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลรวม 5 จังหวัด ส่วนในต่างจังหวัดจะมีการบวกราคาขนส่งเข้าไป อย่างไรก็ตาม ปัญหาในตอนนี้คือ ตามที่คณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ได้มอบให้จังหวัดใช้ดุลพินิจในการออกประกาศราคาควบคุมที่เหมาะสม แต่มีเพียง 9 จังหวัดเท่านั้นที่ประกาศราคาควบคุม
ดังนั้นอีก 62 จังหวัดที่เหลือกรมจะทำหนังสือเวียนขอความร่วมมือไปยังจังหวัดอีกครั้ง เพื่อให้ประกาศราคาควบคุม เนื่องจากตอนนี้ถือเป็นสถานการณ์พิเศษ ที่ราคาน้ำตาลในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบราคาในประเทศ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยืนยันว่ายังไม่มีปัญหาการขาดแคลนเกิดขึ้น และประชาชนก็ยังไม่ตื่นตระหนัก ซึ่งเป็นผลดีที่ว่ายังไม่มีการกักตุนน้ำตาล
นายยรรยงกล่าวอีกว่า ผู้ประกอบการขายปลีกแนะนำให้รัฐบาลและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการน้ำตาลโควตา ก ที่เหลือในปีนี้ 5.7 ล้านกระสอบ จากโควตา ก ทั้งปี 19 ล้านกระสอบ โดยให้เร่งระบายออกมาถี่มากขึ้น เพื่อให้เกิดความรู้สึกว่าไม่ขาดแคลน ซึ่งกรมจะขอความร่วมมือในการจัดสรรน้ำตาลออกมาให้ได้เฉลี่ยเดือนละ 3.7 แสนกระสอบ และอยากขอความร่วมมือไปยังโรงงานเพื่อไม่ให้เกิดกรณีน้ำตาลขาดแคลนอีก
นายประกิต ประทีปะเสน ประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทรายขอยืนยันว่า ปริมาณน้ำตาลทรายสำหรับบริโภคในประเทศฤดูการผลิตปี 2551/2552 จะเพียงพอต่อความต้องการบริโภคและจะไม่ขาดแคลนจนถึงฤดูการผลิตปี 2552/2553 อย่างแน่นอน เนื่องจากปริมาณน้ำตาลคงเหลือค้างกระดานเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันโรงงานน้ำตาลทรายจะเริ่มเปิดหีบอ้อยผลิตน้ำตาลทรายในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเกิดความมั่นใจว่าจะมีน้ำตาลเพื่อการบริโภคภายในประเทศเพียงพอจนถึงฤดูการเปิดหีบอ้อยผลิตน้ำตาลฤดูใหม่ ทาง 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทรายจึงมีมาตรการดำเนินการ หากเกิดการขาดแคลนน้ำตาลเพื่อบริโภคภายในประเทศด้วย เช่น ให้โรงงานน้ำตาลเปิดหีบอ้อยผลิตน้ำตาลเร็วกว่าปีที่ผ่านมา



