
อคส.โร่แจ้งความทุจริตข้าว !!!
ป.ป.ท.-อคส.ลงพื้นที่ตรวจโกดังข้าวสอบเส้นทางข้าวหายแจ้งความเอาผิดจนท.ละเลยไม่ดำเนินคดีกรณีข้าวเจ้าล้อมกองข้าวเหนียว ปล่อยความเสียหายลุกลามทั้งโกดัง 75,900 ตัน
1 มิ.ย. 60 นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีคลังสินค้าศิริวรรณหลังที่ 2 จ.นครสวรรค์ ซึ่งเก็บรักษาข้าวขององค์การคลังสินค้า (อคส.)ขนส่งข้าวจำนวน 6,205.30 ตัน ส่งให้กับปลายทางบริษัท สิงห์โตทอง ไรซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ตั้งอยู่ที่จ.กำแพงเพชร เพื่อนำข้าวไปปรับปรุงคุณภาพ ซึ่งพบว่ามีการเซ็นส่งและรับข้าวโดยหัวหน้าคลังสินค้าเป็นผู้จัดทำเอกสาร แต่กลับไม่มีข้าวส่งมาที่บริษัทสร้างความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท โดยกรณีดังกล่าวสืบเนื่องโครงการรับจำนำข้าวปี 2556
นายประยงค์ กล่าวว่า การตรวจสอบครั้งนี้เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเดิมและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก โดยประสานอคส.ที่ระบุว่าได้ฝากข้าวไว้ที่คลังดังกล่าว1แสนกระสอบหรือประมาณ 1 หมื่นตันตามความจุของคลัง เบื้องต้นทราบว่าคลังดังกล่าวต้องส่งสินค้ากระจายไปหลายจังหวัด ซึ่งต้องตรวจสอบอีกว่าจำนวนข้าวที่เหลือกระจายไปอยู่ที่ใด โดยโครงการรับจำนำข้าวถือเป็นโครงการสำคัญถูกตรวจสอบเป็นคดีความ
ทั้งนี้ หลังตรวจสอบพบว่าไม่มีข้าวส่งไปปลายทางแต่มีการทำเอกสารส่งและรับข้าว อคส.จึงแจ้งความดำเนินคดีกับหัวหน้าคลังสินค้า ในส่วนของป.ป.ท.ได้สั่งการให้ตรวจสอบเส้นทางข้าวจำนวน 1 แสนกระสอบที่ถูกเก็บไว้กับโกดังศิริวรรณ 2 ซึ่งรับฝากข้าวจำนวนดังกล่าวสูญหายไปแล้ว 6,000 ตัน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่าข้าวส่วนที่เหลือสูญหายไปด้วยหรือถูกระบายไปยังจุดใด ซึ่งคดีที่จ.นครสวรรค์และกำแพงเพชร ป.ป.ท.ตั้งอนุไต่สวนเป็นคดีใหม่ทำให้ขณะนี้มีสำนวนคดีที่เกี่ยวข้องเพิ่มจาก 987 สำนวนเป็น 990 สำนวน และยังมีคดีรอรับเพิ่มจากตำรวจอีก 9 สำนวน ซึ่งจะทยอยแจ้งข้อหาได้ภายในเดือนมิ.ย.นี้
พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานกรรมการอคส.กล่าว ระหว่างนำเจ้าหน้าที่ตรวจโกดังบริษัท สิงห์โตทองฯ จ.กำแพงเพชร ว่า โกดังดังกล่าวเคยถูกตรวจสอบโดยคณะกรรมการตรวจสอบข้าวชุดของม.ล.ปนัดดา ดิศกุล เมื่อปี 2557 โดยตรวจพบว่ามีการนำข้าวขาวมาล้อมกองข้าวเหนียว จากการตรวจสอบอคส.ได้แจ้งความไปแล้วกว่า 700 สำนวน มีเพียงโกดังดังกล่าวที่เจ้าหน้าที่ทราบข้อเท็จจริงแล้ว แต่ไม่ยอมเข้าแจ้งความดำเนินคดี วานนี้ (31 พ.ค.) ตนจึงได้มอบฝ่ายกฏหมายเข้าแจ้งความที่กองปราบปราม
หลังจากนี้จะดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีอาญาทุกราย ส่วนกรณีที่เจ้าของคลังและเจ้าหน้าที่อคส.และเซอร์เวย์เยอร์พยายามแก้ตัวว่าข้าวที่นำมาเก็บยังไม่ได้ทำสัญญา เจ้าของโกดังก็ยังไม่ได้รับเงินค่าปรับปรุงสภาพข้าวนั้น เป็นเพียงข้ออ้าง แต่ทุกคนยอมรับในข้อเท็จจริงแล้วว่ามีข้าวนำเข้ามาจัดเก็บ เมื่อรู้ว่ามีการกระทำผิด้กิดขึ้นแต่นิ่งเฉยอยู่เป็นปี หลังเกิดเหตุไฟไหม้โกดังก็คัดแยกข้าวไปวางกองภายนอกอ้างว่ารอเคลมประกันเพื่อจ่ายคืนค่าเสียหายให้อคส.ก็ยังเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบว่าปฏิบัติไปตามขั้นตอนหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าการแจ้งความดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่อคส.เพิ่งดำเนินการเพียง 1 วันก่อนป.ป.ท.ลงพื้นที่ตรวจสอบ สำหรับสภาพข้าวภายในโกดังที่มีจำนวนมากพบว่าอยู่ในสภาพเสียหายทั้งหมด เพราะถูกกองทิ้งไว้ โดยไม่มีการรมยาและปรับปรุงคุณภาพข้าวตามกำหนดเวลา ทำให้เดิมที่เสียหายเพียงการทุจริตนำข้าวเจ้ามาล้อมกองข้าวเหนียวแต่เมื่อไม่มีการดูแลตามขั้นตอนทำให้ข้าวกลับเสียหายทั้งหมด 75,900 ตัน คาดว่าเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 223 ล้านบาท
สำหรับการจัดเก็บข้าวในโครงการรับจำนำข้าว อคส.ได้นำข้าวไปฝากที่โกดังกลาง 14 จังหวัด ประกอบด้วย นครสวรรค์ กำแพงเพชร สุรินทร์ พิจิตร ชัยนาท พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สระบุรี อุบลราชธานี ลพบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม อุทัยธานี และเชียงใหม่ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 1 แสนล้านบาท โดยมี 4 จังหวัดที่มีความเสียหายสูงสุดเกินหลักหมื่นล้านบาท ประกอบด้วย จ . นครสวรรค์เป็นถูกดำเนินคดีมากที่สุด 201 คดี ความเสียหายกว่า 25,000 ล้านบาท รองลงคือกำแพงเพชร มี 102 คดี เสียหายกว่า15,000 ล้านบาท สุรินทร์ มี 94 คดี เสียหายกว่า 13,000ล้านบาท และพิจิตร มี 60 คดี เสียหาย 12,000 ล้านบาท
ขณะที่แยกเป็นเขตพื้นที่จะพบว่าป.ป.ท.เขต 6 หรือภาคกลางตอนบนและภาคเหนือตอนล่าง เกิดความเสียหายรวมเกินครึ่งเมื่อเทียบกับมูลค่าความเสียทั้งหมดกว่า 115,000 ล้านบาท ในพื้นที่เขต 6 มี 507 คดี เสียหายกว่า 66,000 ล้านบาท โดยมีโกดังข้าวกระจายในพื้นที่ 8 จังหวัดประกอบด้วย กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ อุทัยธานี



