
ฝันสนช.มอบโอกาสกกต.อยู่ต่อ นำร่องปลดล็อคทุกองค์กรอิสระ
"กกต."มั่นใจพร้อมจัดเลือกตั้งทุกเสียงมีสิทธิ์นำปชต. ฟุ้งรธน.ใหม่เพิ่มอำนาจป้องโกงได้ "สมชัย" หวังสนช.ไฟเขียวมอบโอกาสกกต.อยู่ครบวาระนำร่องปลดล็อคทุกองค์กรอิสระ
1 มิ.ย. 60 ที่โรงแรมธารามันตรา ชะอำ จ.เพชรบุรี สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) จัดเสวนา "เดินหน้าเลือกตั้งกับกกต." โดยมีนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. พร้อมด้วยนายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน นายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง และผู้บริหาร รวมถึงเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต. เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
โดยนายศุภชัย กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเตรียมการเลือกตั้งเพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่มีผลใช้บังคับแล้ว หลังจากนี้ทุกภาคส่วนจะต้องขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวสู่ประชาธิปไตยอย่างราบรื่นและมั่นใจ ซึ่งกกต.มีบทบาทสำคัญที่จะต้องจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความสุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรม คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมประเทศชาติ โดยกกต.ยึดหลักการทำงานตามแนวทางนี้มา 3 ปีเศษ สำหรับการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง ทาง กกต.ได้วางแนวทางภายใต้ แนวคิด ทุกเสียงมีสิทธิ์ สุจริตเที่ยงธรรม นำประชาธิปไตยคุณภาพ เร่งพัฒนาระบบให้ทุกคนเข้าถึงการเลือกตั้งได้โดยสุจริต เช่น การอำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการ ผู้สูงอายุ ขยายเวลาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง พัฒนาพรรคการเมือง ปราบปรามทุจริตเลือกตั้ง เป็นต้น
"หนึ่งเสียงของท่านสามารถเปลี่ยนทุกอย่างให้บ้านเมืองดีขึ้น ใช้หนึ่งเสียงของทุกคนเลือกคนดีมาบริหารบ้านเมือง" ประธาน กกต. กล่าว
( นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง )
ด้านนายบุญส่ง กล่าวว่า หากดูตามรัฐธรรมนูญใหม่ อำนาจ กกต. มีเพิ่มขึ้นมาหลายอย่าง นอกเหนือจากอำนาจในการสั่งเลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง) อำนาจในการถอนสิทธิการเลือกตั้ง (ใบแดง)แล้ว ทาง กกต.ยังมีอำนาจใหม่คือ ใบส้ม แบ่งเป็น 2 แบบ คือ 1.หากพบผู้สมัครหรือผู้รู้เห็นเป็นใจกับผู้สมัคร กระทำการทุจริตเลือกตั้ง กกต.สามารถเพิกถอนสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งได้ 1 ปี และ2.กรณีที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตนั้นๆ ได้คะแนนน้อยกว่า โหวตโน กกต.มีอำนาจสั่งเลือกตั้งใหม่ โดยที่ผู้สมัครรายเดิมไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้อีก นอกจากนี้ กกต.ยังมีอำนาจเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต(ใบดำ) กับผู้ที่ทุจริตอีกด้วย
นายบุญส่ง กล่าวอีกว่า สำหรับอำนาจ กกต. ในการสืบสวนสอบสวน กกต.หรือ ผู้รับมอบอำนาจจาก กกต. มีอำนาจเป็นเจ้าพนักงานปกครอง พนักงานสอบสวน มีอำนาจเปรียบเสมือนตำรวจทุกอย่าง กกต.มีอำนาจสืบสวน มีอำนาจจัดตั้งงบประมานในการหาข่าว ให้รางวัลน้ำจับแก่ผู้ชี้เบาะแส มีมาตราการในการคุ้มครองพยาน และกันบุคคลไว้เป็นพยาน มีอำนาจส่งสำนวนการสืบสวนหรือไต่สวนไปยังพนักงานอัยการ เพื่อฟ้องคดี โดยไม่ต้องผ่านพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุ
ขณะที่นายสมชัย กล่าวว่า จากนี้ในอนาคต จะให้ภาพ 3 ภาพ คือ 1.เลวร้ายสุด 2.ดีที่สุด 3.น่าจะเป็นไปได้ โดยภาพแรกฟังแล้วทานข้าวไม่ลง กกต.จะใจเสีย เพราะในวันที่ 9 มิ.ย.นี้ หาก สนช. ยืนตามร่าง กรธ. หมายความว่า จะมี กกต. ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญใหม่ ถ้าเป็นอย่างนี้ กฎหมายประกาศออกมาในราชกิจจานุเบกษา ช่วงกลางเดือนมิ.ย. อีก 15 วัน ต้องตั้งกรรมการสรรหา และอีก 15 วันต่อจากนี้ กกต.ยื่นเอกสารให้กรรมการสรรหาพิจารณาคุณสมบัติตามรัฐธรรนูญ ซึ่งประมาณวันที่ 15 ก.ค. นายประวิช จะไปคนที่หนึ่ง ไม่จำเป็นต้องยื่นหลักฐาน เพราะเป็นผู้ตรวจการฯ ไม่พ้นการเมืองถึง 10 ปี มีหลักฐานชัดเจนแล้ว
( นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง เปิดเผยในการสัมมนา )
"สำหรับผมต้องยื่นหลักฐานการทำงานภาคประชาสังคมให้ครบ 20 ปี ผมได้เตรียมหลักฐานการทำงานภาคประชาสังคมไว้ 21 ปี 9 เดือน หากกรรมการสรรหาไม่รับฟัง ก็จะพ้นจากตำแหน่งทันทีในวันรุ่งขึ้น หลังจากนั้น กกต.เหลือ 3 คน และในเดือนก.ค.61 นายบุญส่ง หมดวาระ อายุครบ 70 ปี และเดือนก.พ.2562 นายศุภชัย จะหมดวาระลง อายุครบ 70 ปีเช่นกัน ก็จะเหลือนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านพรรคการเมืองเพียงคนเดียว แต่ถ้าหากนายธีรวัฒน์ มีอุบัติเหตุ เนื่องจากขณะนี้กำลังตรวจสอบด้านจริยธรรม ดังนั้นหากการเลือกตั้งเกิดขึ้นหลังเดือนก.พ.62 การเลือกตั้งจะอยู่ในมือ กกต. ใหม่ ทั้ง 7 คน ขณะที่ภาพที่ 2 ภาพดีสุด คือวันที่ 9 มิ.ย. สนช.ยึดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญเดิม ให้ กกต. อยู่ต่อจนครบวาระ ก็ทำงานไป 3 ปีครึ่ง ส่วนกกต.อีก 2 คนก็เป็นเรื่องกระบวนการสรรหาต่อไป" นายสมชัย กล่าว
อย่างไรก็ตามในส่วนของภาพที่ 3 ภาพที่เป็นไปได้ ประเมินส่วนตัว แต่อาจจะผิด เชื่อว่า สนช. น่าจะยึดหลักให้ กกต. ดำรงตำแหน่งจนครบวาระ เพราะถ้าใช้หลักการดังกล่าวจะเป็นต้นแบบกับองค์กรอิสระอื่น ความเสียหายที่เกิดกับขึ้น กกต. จะไม่เท่ากับองค์กรอื่น เพราะ กกต.จะเหลือ 3 คน แต่ป.ป.ช.จาก 9 คน เหลือ 1 คน จะทำให้คดีขาดอายุความ สร้างความเสียหายกับประเทศ ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะหายไป 4-5 คน และจะมีผู้ครบวาระอีก ทำให้เหลือเพียง 1 คน ดังนั้นจะทำให้เกิดสภาวะเดดล็อคขององค์กรอิสระ ไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาของ กกต. องค์กรเดียวเท่านั้น จึงเป็นไปได้ว่า สนช. จะออกมาในแนวทางที่ให้อยู่ครบวาระ ดังนั้นกกต.ไม่สนใจว่า จะอยู่สถานการณ์อย่างไรทำงานต่อนเนื่องจนนาทีสุดท้าย เพื่อเตรียมการเลือกตั้งให้ดีที่สุด.
นอกจากนี้นายประวิช กล่าวเพิ่มอีกว่า กกต.มีความพร้อม 90 เปอร์เซ็นต์ในการจัดการเลือกตั้ง ขณะนี้ทุกคนยังปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ไม่ว่า สุดท้ายจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม รัฐธรรมนูญใหม่ ได้ให้อำนาจ กกต. ในการประกาศวันเลือกตั้งเอง โดยที่ไม่ต้องถามรัฐบาล ถือเป็นการปลดล็อคเหตุการณ์ในอดีตที่เคยเกิดขึ้นมาทำให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.57 เป็นโมฆะ เพราะฉะนั้นตนจึงเห็นว่า วันนี้หลายอย่างเป็นจริงหมดแล้ว การจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตย รด.จิตอาสา ซึ่งขณะนี้มีจำนวน 7,242 แห่งทั่วประเทศ โดยไม่ต้องเสียเงินสักบาท โดยกำลังดำเนินงานให้มีกรรมการประจำหน่วย(กปน.)มืออาชีพทั่วประเทศ อย่างน้อยต้องมีหน่วย 1 คน ที่เป็นมืออาชีพ นอกจากนี้เรายังพยายามทำหมู่บ้านไม่ขายเสียง และจำทำให้ได้ประมาณ 800-900 แห่งทั่วประเทศ โดยได้รับความร่วมมือจากทีกภาคส่วนเป็นอย่างดี
"การทำหน้าที่ต่อไป ไม่ว่า กมธ. จะพิจารณายึดตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งจะต้องพ้นจากหน้าที่หรือยึดตามรัฐธรรมนูญเดิม ส่วนตัวจะเดินหน้าทำงานต่อไปจนวินาทีสุดท้าย" นายประวิช กล่าวยืนยัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า กกต.จะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลตามคำถาม 4 ข้อของนายกฯ นายสมชัย กล่าวว่า ให้ประชาชนเป็นผู้ตอบคำถามนี้ ตนไม่อยากให้ตื่นเต้นกับคำถาม เพราะนายกฯเพียงแค่ต้องการให้ประชาชนฉุกคิด ถ้าฉุกคิดแล้วในการเลือกตั้งท้ายที่สุดแล้วจะได้คนดี ได้พรรคดีมาบริหารบ้านเมือง
เมื่อถามว่า หากมีผู้ตรวจการเลือกตั้ง แทน กกต. จังหวัด จะตั้ง กกต. จังหวัดเดิมทำหน้าที่ผู้ตรวจการเลือกตั้งหรือไม่ นายสมชัย กล่าว่า โดยส่วนตัวมีความกังวลเรื่องของการมีผู้ตรวจการเบือกตั้ง แทน กกต.จังหวัด เนื่องจากคุณสมบัติผู้ตรวจการเลือกตั้ง จะเป็นข้าราชการประจำไม่ได้ ต่างจาก กกต. จังหวัดเดิมที่เป็นข้าราชการประจำ ส่วนการได้มาซึ่งผู้ตรวจการเลือกตั้ง ที่ต้องมีการรับสมัครในจังหวัดแต่ต้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ในทุกจังหวัด ทำให้ไม่อาจชินพื้นที่ได้ จนกลายเป็นปัญหาการทำหน้าที่ แต่ทั้งนี้หากเกิดปัญหาการทำหน้าที่ กกต.ส่วนกลางก็เตรียมสนับสนุนเต็มที่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา
เมื่อถามว่า มีข้อถกเถียงเรื่องของกรอบ 150 วัน ที่ยังคงเห็นต่างกับ กรธ.ที่จะนับรวมผลการเลือกตั้งหรือไม่ จะมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า ยังคงต้องรอกฤษฎีกา ก่อนว่า จะมีการตอบมาในลักษณะใด ทั้งนี้ กกต. มองว่า การมีเวลาเยอะก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะจะได้ทำงานสบาย แต่การมีเวลาเยอะก็ต้องดูเพื่อไม่ให้ผิดกฎหมาย เพราะอาจมีคนร้องว่า กกต.จัดเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญ หากศาลชี้ว่า ขัด ก็จะเป็นไปได้ที่การเลือกตั้งจะโมฆะ งบการเลือกตั้งเสียเปล่า กกต. ก็ต้องรับผิดชอบ แต่เบื้องต้นขณะนี้ยังไม่มีการหารือประเด็นดังกล่าวในที่ประชุมกกต.



