ประทับใจเคยรับเสด็จฯ ในหลวง ร.9 เมื่อครั้งนิวัติกรุงครั้งแรก
พสกนิกรจากทั่วประเทศ เดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ต่างน้อมนำคำสอนในหลวง ร.9 ปรับใช้ชีวิตประจำวัน
วันที่ 1 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศการเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพของประชาชนซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 211 วันนี้เจ้าหน้าที่เปิดประตูพระบรมมหาราชวังเวลา 05.00 น.ให้พสกนิกรทั้งจากกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ ได้เข้าแถวรอขึ้นกราบพระบรมศพอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนอบอ้าว และครึ้มฟ้าครึ้มฝนในบางช่วง
ศ.กิตติคุณ อำไพ สุจริตกุล อายุ 87 ปี ชาวกรุงเทพฯ กล่าวหลังจากได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพเป็นครั้งที่ 2 ว่า ปลื้มปิติมากที่มีโอกาสมาอีก ทราบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9 เนื่องจากได้เห็นพระองค์ท่านมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ โดยเฉพาะเมื่อครั้งเสด็จนิวัติประเทศไทยครั้งแรกหลังจากทรงไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศเป็นเวลานาน ดิฉันอายุอ่อนกว่าพระองค์ท่าน 3 ปี ขณะนั้นในหลวง ร.9 และร.8 ฉลองพระองค์ด้วยชุดสากล ประทับบนเรือซิแลนเดียมาทางปากลัด อ.พระประแดง สมุทรปราการ รู้สึกดีใจและประทับใจมาก พวกเราพากันยืนโบกธงชาติ ด้วยความปลาบปลื้มและเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง ต่อมาเรียนจบคณะอักษร จุฬาฯ ก็ได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์พระองค์ท่าน นอกจากนี้ได้รับเหรียญตราชั้นสูงสุด ปรมาภรณ์ช้างเผือก สายที่ 4 และครั้งสุดท้ายจริงๆ ได้รับพระราชทานตำแหน่ง ศ.กิตติคุณ เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ จึงตั้งปณิธานว่าจะทำคุณประโยชน์แก่ส่วนรวมเท่าที่จะทำได้ ทุกวันนี้ได้ใช้ชีวิตหลังเกษียณปฏิบัติภาวนากรรมฐาน และสอนธรรมะแก่คนอื่นๆ ด้วย
นางนภาพันธ์ สมศรี อายุ 32 ปี พนักงานสำนักงานเขตสุขภาพที่ 2 จ.พิษณุโลก เดินทางพร้อมครอบครัว จ่าสิบเอก ภานุวัฒน์ สมศรี อายุ 33 ปี และด.ช.กฤติธี สมศรี อายุ 5 ขวบ นักเรียนโรงเรียนเซนนิโกลาส ใช้เวลาในช่วงเช้าก่อนไปปฏิบัติหน้าที่การงานมากราบสักการะพระบรมศพ มาต่อแถวตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00 น. และเข้ากราบสักการะพระบรมศพแล้วเสร็จเวลา 07.30 น.พร้อมเปิดเผยความรู้สึกว่า ได้มากราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งแรก รู้สึกทั้งปลาบปลื้มใจเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต ขณะเดียวกันก็รู้สึกเศร้า เหมือนกับประชาชนคนไทยทุกคนที่ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น ในฐานะพนักงานราชการ อยากทำอะไรเพื่อตอบแทนในหลวงรัชกาลที่9 ซึ่งที่ผ่านมาพระองค์ท่านทรงงานหนักเพื่อส่วนรวมเป็นความรักที่พระองค์มีต่อประชาชนโดยที่ไม่ได้นึกถึงความสุขส่วนตัว
"เดิมนั้นเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่ได้เปลี่ยนไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก แต่การที่ตั้งใจทำสิ่งที่อยากจะทำให้ดีที่สุดและพร้อมที่จะทำทุกอย่างด้วยความสามารถ ทำให้คนอื่นไม่มองตนแค่สถาบัน ซึ่งตัวเองได้แรงบันดาลใจจากเวลาที่มองในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านไม่เคยประกาศว่าตัวเองยิ่งใหญ่ แต่การกระทำของพระองค์ท่านเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็น ซึ่งเรื่องเหล่านี้ฝังลงในหัวใจเสมอ" นางนภาพันธ์ กล่าว
นางนภาพันธ์ กล่าวอีกว่า แม้ลูกชายจะยังเล็กอยู่ แต่ได้เรียนรู้และรู้จักในหลวงรัชกาลมี่ 9 ผ่านบทเพลงผู้ปิดทองหลังพระ ซึ่งเป็นเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของในหลวง รวมทั้งเนื้อร้องยังมีพระนามเต็มของพระองค์ท่าน เมื่อเขาร้องเพลงนี้ก็จะบอกลูกเสมอว่าบุคคลที่เขาร้องเพลงถึงคือในหลวงรัชกาลที่ 9 ของเรา และบอกเขาเสมอว่าเขาเกิดในรัชกาลที่ 9 และจะเติบโตเป็นคนดีในรัชกาลที่ 10
ทั้งนี้ สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 31 พ.ค. มีจำนวนทั้งสิ้น 15,956 คน รวม 210 วัน มี 7,368,387 คน และมียอดเงินโดยเสด็จพระราชกุศลรวมทั้งสิ้น 580,755,734.76 บาท



