ข่าว

จี้ "บิ๊กตู่" สั่งเปิดชื่อผู้ถือหุ้น "อุปการคุณ" ปตท.

จี้ "บิ๊กตู่" สั่งเปิดชื่อผู้ถือหุ้น "อุปการคุณ" ปตท.

01 มิ.ย. 2560

 "รสนา" ย้อนรอย "บิ๊กตู่" จี้ตอบ 4 คำถามประเมินความมีธรรมาภิบาล ต้องสั่งเปิดชื่อผู้ถือหุ้น "อุปการคุณ" ปตท. ระบุใครกล้าเปิดก็มีสิทธิเสนอตัวผู้แทนผลประโยชน์ ปชช.

 

          1 มิ.ย. 60 - ภายหลังจาก คปพ. ยื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลรายชื่อผู้ที่ได้ซื้อหุ้นในโควตาผู้มีอุปการคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จากการแปรรูปการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2544 นั้น
          น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า "ตอบ 4 คำถามบิ๊กตู่ ด้วยธรรมาภิบาลพลังงาน" 
          คำถามทั้ง 4 ข้อของนายกฯตู่ มีหัวใจอยู่ที่เรื่องธรรมาภิบาล ซึ่งรัฐธรรมนูญและกลไกต่างๆ รวมทั้งการสนับสนุนของกำนันสุเทพ ที่ต้องการให้ท่านนายกฯคนปัจจุบันได้มีโอกาสเป็นตัวเลือกกลับมาเป็นนายกฯคนต่อไป เพื่อสานต่อยุทธศาสตร์การปฏิรูปในอนาคต
          ดังนั้นก่อนท่านนายกฯ ปัจจุบันที่อาจจะมาเป็นนายกฯในอนาคต จึงต้องขอให้ท่านนายกฯตู่ลองตอบคำถาม 4 ข้อนี้ เพื่อประเมินความมีธรรมาภิบาลของท่านที่จะมาเป็นนักการเมืองในอนาคตด้วยประเด็นธรรมาภิบาลเรื่องพลังงาน
          หุ้นที่ปตท.จัดสรรให้ "ผู้มีอุปการคุณ" เมื่อมีการแปรรูปการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.)ในสมัยรัฐบาลของนายทักษิณ ชินวัตร ที่ยังไม่ยอมเปิดเผย คปพ.ได้ทำหนังสือขอไปแต่ บมจ.ปตท.ก็ปฏิเสธ เมื่อวันจันทร์ที่ 29 พ.ค 2560 คปพ.ได้ยื่นคำร้องต่อสำนักงานข้อมูลข่าวสารทางราชการให้พิจารณาสั่งให้มีการเปิดเผยข้อมูล ซึ่งยังไม่แน่ว่าจะมีข้ออ้างโยกโย้ไม่เปิดเผยอีกหรือไม่
          ท่านนายกรัฐมนตรีควรแสดงความมีธรรมาภิบาลในฐานะ "นักการเมืองปัจจุบัน" (ที่มาจากการรัฐประหาร) ว่ามีธรรมาภิบาลมากกว่านักการเมืองในอนาคต (ที่มาจากการเลือกตั้ง) ที่ท่านห่วงกังวลว่าจะไม่มีธรรมาภิบาล ด้วยการสั่งให้เปิดเผยรายชื่อของผู้มี "อุปการคุณ" ของปตท.ว่ามีใครบ้าง และได้รับจัดสรรหุ้นทั้งจำนวนเท่าไหร่และด้วยราคาใด
          ถ้าท่านนายกฯในฐานะนักการเมืองปัจจุบันสั่งให้เปิดเผยหุ้นผู้มีอุปการคุณได้จริง ก็จะสามารถตอบคำถามที่ท่านถามได้ดังนี้
          1)Q: ท่านคิดว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลหรือไม่?
          A: ถ้าท่านนายกฯปัจจุบันสามารถเปิดเผยหุ้นผู้มีอุปการคุณปตท.ได้ แสดงว่าเลือกตั้งครั้งต่อไป ย่อมมีบรรทัดฐานให้ได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล สมคำสโลแกนของธรรมาภิบาลด้านข้อมูลข่าวสาร ที่ว่า 'เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นรอง' และ 'รัฐบาลรู้อะไร ประชาชนรู้อย่างนั้น' มิใช่ 'รัฐบาลไม่อยากให้รู้อะไร ประชาชนก็จงอย่าอยากรู้อย่างนั้น'
          2)Q: หากไม่ได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลจะทำอย่างไร?
          A: ประชาชนจะสนับสนุนทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐบาลที่กล้าเป็นตัวแทนของประชาชนเปิดเผยชื่อหุ้นผู้มีอุปการคุณของปตท.ซึ่งเป็นทรัพย์สินของประชาชนอยู่แล้ว
          3)Q: การเลือกตั้งเป็นส่วนสำคัญของประชาธิปไตย แต่การเลือกตั้งอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงอนาคตของประเทศ เช่น ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปนั้นถูกต้องหรือไม่?
          A:ถ้ารัฐบาลนายกฯตู่ยังไม่สามารถสั่งเปิดเผยชื่อหุ้นผู้มีอุปการคุณของปตท.ซึ่งเป็นธรรมาภิบาลง่ายๆที่รัฐบาลคสช.สามารถทำได้อยู่แล้ว ยุทธศาสตร์ชาติและโมเดลการปฏิรูปของรัฐบาลปัจจุบันก็อาจเป็นเพียงพรมที่ซุกขยะเน่าเหม็นไว้ข้างใต้ใช่หรือไม่ ดังนั้นจึงสมควรให้มีการเลือกตั้ง ดีกว่าปล่อยให้พวกที่ปากชูธงยุทธศาสตร์ชาติแต่สอบตกเรื่องธรรมาภิบาล เข้ามาเป็นรัฐบาลในอนาคตอีก
          4)Q: คิดว่ากลุ่มนักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ควรจะมีโอกาสเข้ามาสู่การเลือกตั้งอีกหรือไม่ หากเข้ามาได้แล้วจะให้ใครแก้ไข และแก้ไขด้วยวิธีอะไร?
          นักการเมืองคนใดก็ตามที่กล้าเปิดเผยชื่อหุ้นผู้มีอุปการคุณของปตท.ย่อมสามารถเสนอตัวเข้ามาเป็นตัวแทนผลประโยชน์ของประชาชนได้ หากนักการเมืองขี้โกงเข้ามาได้อีก ประชาชนจะเป็นผู้แก้ไขเอง โดยใช้กลไกตรวจสอบทางรัฐธรรมนูญอย่างถึงที่สุด.