ข่าว

เปิดฉากงาน THAIFEX “สมคิด”เพิ่มเป้า ส่งออกอาหารโต8% 

เปิดฉากงาน THAIFEX “สมคิด”เพิ่มเป้า ส่งออกอาหารโต8% 

01 มิ.ย. 2560

เปิดฉากงาน THAIFEX “สมคิด”เพิ่มเป้า ส่งออกอาหารโต8%   

                   นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในการเป็นประธานเปิดงาน แสดงสินค้าอาหาร 2560 หรือ THAIFEX World of food Asia2017 โดยระบุว่า อุตสาหกรรมอาหารของไทยมีศักยภาพในการส่งออกมาก ปัจจุบันมีมูลค่าสูงสุดเป็นอันดับ 5 ของโลก โดยแต่ละปีการส่งออกสินค้าอาหารและเกษตรแปรรูป ทั้งข้าว อาหารทะเลกระป๋อง และแปรรูป ยังมีมูลค่าเฉลี่ยมากกว่า 8 แสนล้านบาท ซึ่งในปีนี้คาดว่า การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารจะมีมูลค่ามากถึง 2.66 หมื่นล้านดอลลาร์ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 8% จากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ว่าจะขยายตัวอยู่ที่ราว 5%

                  ปัจจัยบวกของภาคส่งออกสินค้าอาหารและเกษตรแปรรูป เนื่องจากประเทศคู่ค้าต่างๆ มีความเชื่อมั่นสินค้าไทยมากขึ้น จากการพัฒนาของไทยทั้งในด้านมาตรการคุ้มครองแรงงาน มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร 

                 นอกจากนี้ ยังพบว่าคู่แข่งหลายประเทศอยู่ในช่วงประสบปัญหาภัยแล้ง และโรคระบาด ทำให้ผลผลิตลดลง และส่งออกสินค้าเกษตรได้น้อย ขณะเดียวกันผู้นำเข้าจากประเทศต่างๆ ยังมีการเปิดตลาดมากขึ้น ส่งผลให้ไทยมีโอกาสในการขยายตลาดส่งออก นำไปสู่เป้าหมายการผลักดันไทยเป็นครัวของโลกอย่างที่วางไว้

                   “ตอนนี้รัฐบาลยังได้มีนโยบายในการพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi) ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ด้วยการนำเทคโนโลยีการวิจัย และนวัตกรรมเข้าผลิตอาหารเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการพลิกโฉมประเทศไทยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น” 

                   ด้านนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ คาดว่าในงานนี้จะมีคำสั่งซื้อสินค้ากว่า 1.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้ามีแนวโน้มดีขึ้น ประกอบกับความต้องการสินค้าอาหารทั่วโลกยังมีเพิ่มขึ้นด้วย

                  ทั้งนี้ รายละเอียดการจัดงาน แบ่งออกเป็นการเปิดเจรจาธุรกิจระหว่างวันที่ 31 พ.ค. - 2 มิ.ย. 2560 และ เปิดจำหน่ายปลีกสำหรับประชาชนทั่วไปวันที่ 3-4 มิ.ย.2560 ที่อาคาร อิมแพ็ค เอ็กซ์ซิบิชั่น เซ็นเตอร์ 1-6 และอาคารชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี 

                 นายอภิศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการฝ่ายขายต่างประเทศ บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจาก 35.80 บาทต่อดอลลาร์ มาอยู่ที่ระดับ 33.80 บาทต่อดอลลาร์ ส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าพอสมควร ทำให้ที่ผ่านมาได้แจ้งกับคู่ค้าต่างประเทศขอปรับขึ้นราคาสินค้า 5%

                ทั้งนี้ จากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น บริษัทจึงต้องการให้ภาครัฐดูแลเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้กระทบส่งออก โดยมองว่าค่าเงินบาทที่เหมาะสมควรไม่ต่ำกว่า35บาทต่อดอลลาร์ ปัจจุบันบริษัทส่งออกสินค้า เช่น น้ำมะพร้าวชาวเกาะ กะทิชาวเกาะ เป็นสัดส่วนสูงถึง 80% และตลาดในประเทศ 20% โดยตลาดหลักในการส่งออกจะอยู่ที่สหรัฐ 50% แคนาดา 15% ออสเตรเลีย 15% และยุโรป 15%

                ส่วนแผนธุรกิจในปีนี้ เตรียมงบลงทุนหลักร้อยล้านบาท เพื่อซื้อเครื่องจักรเสริมการผลิตสินค้า และใช้งบอีกกว่า 100 ล้านบาท เพื่อทำการตลาดและประชาสัมพันธ์แบรนด์ชาวเกาะทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่ งานไทยเฟ็กซ์ บริษัทได้เปิดตัวสินค้าใหม่ 3 กลุ่มได้แก่ มะพร้าวอบกรอบ น้ำนมมะพร้าวพร้อมดื่ม และน้ำจิ้มซีฟู้ด เพื่อบุกตลาดส่งออกมากขึ้น 

                นายณัฐพล วิสุทธิไกรสีห์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชียติค อุตสาหกรรมเกษตร จำกัด กล่าวว่า บริษัทเตรียมลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท เพื่อขยายโรงงานแห่งใหม่เพิ่มกำลังการผลิตสินค้าอีก 3 เท่าตัว จากปัจจุบันผลิตสินค้ากะทิแบรนด์อัมพวา น้ำมะพร้าวโคโค่แม็กฯ อีก4,000ตู้คอนเทนเนอร์ต่อปี หลังพบว่าแนวโน้มตลาดผลิตภัณฑ์มะพร้าวขยายตัวต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ

                 นอกจากนี้ ยังมองถึงการขยายผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่ทำจากมะพร้าวมากขึ้น เช่น น้ำมันพร้าว ผลิตภัณฑ์พลอยได้ทั้งมะพร้าวอบแห้ง ตลอดจนถ่านที่มาจากกาบและกะลามะพร้าว เป็นต้น จากปัจจุบันมีเพียงสินค้ากะทิ น้ำมะพร้าว ส่วนในงานไทยเฟ็กซ์ได้นำเสนอสินค้านวัตกรรมสินค้าและการตลาด เช่น กะทิอัมพวามีคิวอาร์โค้ดสำหรับสแกนทำเมนูอาหาร เพื่อสร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคมากขึ้น

                ปัจจุบันบริษัทมีรายได้หลักจากการส่งออกสินค้าสัดส่วนถึง 70% จากเดิมส่งออก 100% และเริ่มทำตลาดในประเทศเมื่อ3ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ จากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ยอมรับว่าเริ่มส่งผลกระทบต่อยอดขายบ้าง แต่ยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาสินค้าส่งออก เนื่องจากการขึ้นราคามีความอ่อนไหวต่อลูกค้าค่อนข้างสูงนายณัฐพล คาดว่าจากการทำตลาดในปีนี้ จะสามารถเพิ่มยอกขายได้ 4,000 ล้านบาท จากปีก่อนมียอดขาย 2,500 ล้านบาท