ข่าว

สนช.จ่อทบทวนเว้นภาษีที่ดิน-สิ่งปลูกสร้าง

สนช.จ่อทบทวนเว้นภาษีที่ดิน-สิ่งปลูกสร้าง

01 มิ.ย. 2560

สนช.จ่อทบทวนเว้นภาษีที่ดิน-สิ่งปลูกสร้าง

                   ในงานสัมมนา “การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใต้กรอบ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” จัดโดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ วันที่ 31พ.ค.60มีตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เข้าร่วมสัมมนาในหัวข้อต่างๆ ซึ่งหนึ่งในหัวที่กำลังเป็นที่จับตามองในขณะนี้ คือ เรื่อง “พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” และ “ร่างกฎหมายจัดเก็บภาษีบนผลประโยชน์ที่ได้จากโครงการลงทุนของรัฐ” หรือ ภาษีลาภลอย ซึ่งจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงตลาดอสังหาฯในอนาคต

                  นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า การบังคับใช้พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ จะทำให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินได้ตรงกับมูลค่าที่ดินในปัจจุบัน และการจัดสรรที่ดินให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน เนื่องจากการถือครองที่ดินยังกระจุกตัวอยู่กับคนบางกลุ่ม 

                  อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คณะกรรมาธิการ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อยู่ระหว่างทบทวนข้อสังเกตเพิ่มเติม ในเรื่องข้อยกเว้นภาษีสำหรับเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านหลังแรก ได้รับการยกเว้นภาษี เพราะมีมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ให้ปรับลดมาอยู่ที่ไม่เกิน 20 ล้านบาท ซึ่งจะต้องเปรียบเทียบการจัดเก็บภาษีและรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมของบ้านพักอาศัยในระดับราคาต่างๆ 

                    จากข้อมูลที่รวบรวมได้ในปัจจุบันพบว่า มีจำนวนบ้านราคาเกิน50ล้านบาท มีประมาณ11,000ยูนิต และบ้านราคาต่ำกว่า5ล้านบาท ทั่วประเทศมีสัดส่วนมากถึง96.5%

                    ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมากระทรวงการคลัง สามารถเก็บภาษีบำรุงโรงเรือนและที่ดินได้ปีละประมาณ27,000ล้านบาท ภาษีบำรุงท้องที่ปีละประมาณ980ล้านบาท รวมเป็นปีละ28,000ล้านบาท โดยคาดว่าการบังคับใช้ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่ จะทำให้การจัดเก็บภาษีมากขึ้นในหลักหมื่นล้านบาท โดยเฉพาะการจัดเก็บภาษีพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม 

                    ในปัจจุบันร่างกฎหมายอยู่ระหว่างการพิจารณาของสนช.ซึ่งคาดว่าจะพิจารณาครบทุกวาระภายในปีนี้ และกฎหมายเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือน ม.ค.ปี2562 เป็นต้นไป 

                    นายพรชัย กล่าวถึงความคืบหน้าของร่างกฎหมายเก็บภาษีบนผลประโยชน์ที่ได้จากโครงการลงทุนของรัฐ (ภาษีลาภลอย) ว่าขณะนี้ สศค.อยู่ระหว่างการศึกษาแนวคิดและรายละเอียดต่างๆ ทั้งการกำหนดเพดานภาษีและส่วนต่างการจ่ายภาษีที่จะต้องพิจารณาให้มีความเหมาะสม ซึ่งคาดว่าจะหาข้อสรุปและเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ในเร็วๆนี้

                   "ในเบื้องต้นจะกำหนดอัตราภาษีไว้ที่ 5% และยึดหลักจัดเก็บภาษีจากมูลค่าทรัพย์สินส่วนที่เพิ่มขึ้นหลังจากที่โครงการลงทุนของรัฐเกิดขึ้น อาทิ การเก็บส่วนต่างในมูลค่าที่เพิ่มขึ้น50ล้านบาท ทั้งยังมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเก็บภาษีเมื่อมีการเปลี่ยนมือในขั้นตอนซื้อขายโครงการ” 

                    นายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์และที่ปรึกษา สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า แม้ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่จะเข้าสู่การพิจารณาของ สนช.แล้ว แต่ในส่วนของความชัดเจนยัง “ก้ำกึ่ง” ระหว่างภาษีที่ดินให้เช่าเพื่อเกษตรกรรม หรือพาณิชยกรรม เช่น ที่ดินที่ปล่อยเช่าให้ทำเกษตรกรรม เพราะอัตราการเก็บภาษีแตกต่างกันหลายเท่าตัว

                     สำหรับด้านการพัฒนาอสังหาฯมองว่าผลกระทบเรื่องของการซื้อที่ดินคงมีไม่มาก แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าหลังจากซื้อที่ดินมาแล้วแต่ยังไม่นำมาพัฒนาโครงการ จะได้รับการลดหย่อน หรือบรรเทาภาษีอย่างไร เพราะข้อมูลจากหลายส่วนยังไม่ตรงกัน โดยบางข้อมูลกล่าวว่าจะลดหย่อนภาษีไม่เกิน5% หรือลดหย่อนตั้งแต่เมื่อซื้อที่ดิน หรือบางข้อมูลระบุว่าจะบรรเทาภาษีเมื่อเริ่มขอใบอนุญาตจัดสรร หรือใบอนุญาตก่อสร้าง 

                  ทั้งนี้ สิ่งที่ทั้ง3สมาคมอสังหาฯ ประกอบด้วย สมาคมอาคารชุด สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และสมาคมบ้านจัดสรร เสนอไปทางกระทรวงการคลัง คือ การเสนอให้โครงการแนวราบ ควรได้รับการบรรเทาภาษีเมื่อได้รับใบอนุญาตจัดสรร ส่วนอาคารชุดก็เสนอว่าควรได้รับการบรรเทาภาษีเมื่อได้รับใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร เพื่อให้เกิดความชัดเจน มิเช่นนั้น อาจมีผู้แอบอ้างหรือหลบเลี่ยงวัตถุประสงค์เพื่อขอสิทธิ์บรรเทาภาษีได้