ข่าว

ขาใหญ่เขาขู่กัน

ขาใหญ่เขาขู่กัน

11 ก.ย. 2552

เพิ่งจะรู้ว่า นี่เรา-ท่านทั้งหลายกำลังอยู่ในการควบคุมดูแลของนักเลงขาใหญ่ กันมาชนิดไม่เคยรู้ตัวมาก่อน

 นี่ถ้าไม่รู้สึกตะหงิดๆ เพราะความเคลื่อนไหวของคนจากพรรคประชาธิปัตย์ กับการตอบโต้จากพรรคภูมิใจไทย นี่แทบไม่รู้ตัวเลยทีเดียว

 ถึงจะพอเข้าใจได้ว่า การเคลื่อนไหวของพลพรรคประชาธิปัตย์ ที่ทำท่าเอาเป็นเอาตายกับการเรียกคืนธรณีสงฆ์ ของสนามกอล์ฟอัลไพน์ ว่ามาจากสาเหตุใด แต่การแสดงความกราดเกรี้ยวของ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ดูจะออกอาการมากพอๆ กัน

 จริงอยู่ การไล่บี้ วิชัย ศรีขวัญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นั้นก็เหมือนตีวัวกระทบคราด

 ยิ่งถ้าหากโยงเอาเรื่องเสียงในที่ประชุม ก.ต.ช.มาโยงกัน ก็ยิ่งทำให้เข้าใจไปได้ว่า เมื่อนายกฯ อภิสิทธิ์ โดนเล่นเรื่องเสียงในที่ประชุม ก.ต.ช. เมื่อวันก่อน โดย รมว.มหาดไทย กับ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกรรมการ ก.ต.ช. เห็นต่างจากนายกฯ ชนิดไม่ไว้หน้า ก็ต้องเจอสวนกลับกันบ้าง

 ชวรัตน์ ก็ยอมรับว่า เรื่องนี้เกี่ยวกับการเมือง

 แล้วก็สวนออกมาอย่างไม่ยี่หระว่า สักวันจะบี้กลับบ้าง

 แต่ก่อนที่เรื่องราวจะบานปลายออกไปมากกว่านี้ การนัดหมายระหว่าง ถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ที่กำกับดูแลกรมที่ดิน ก็นัดกินข้าวมื้อค่ำล้างใจกับ รมว.มหาดไทย และปลัดกระทรวงมหาดไทย เคลียร์ปัญหาคาใจกันเรียบร้อย

 หมายความว่าอย่างไร ??

 ใช่จะหมายความว่า เรื่องนี้ ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรอย่างนั้นใช่หรือไม่

 ก็ในเมื่อทางการเมืองจูบปากกันแล้ว เคลียร์เรื่องที่ดินวัดกันแล้ว อาจจะรวมไปถึงตัว ผบ.ตร.คนใหม่ ที่เหลือวัดจะได้ที่ดินคืนหรือไม่ ก็ให้ไปว่ากันเอาเอง

 ฟังจากปากอธิบดีกรมที่ดิน ก็บอกว่า น่าจะเป็นสำนักพุทธศาสนาเป็นผู้เสียที่น่าจะต้องมายื่นฟ้องร้อง

 แต่ก็อย่างที่ ชวรัตน์ ว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2545 ปีนี้ 2552 ก็ยังไม่เห็นว่าสนามกอล์ฟ-หมู่บ้าน มันจะกลายกลับไปเป็นที่ดินวัดได้สักที

 เรื่องดังขึ้นมาอีกให้คนถามไถ่กันก็เพราะขาใหญ่เขาเอาไปขู่กันเท่านั้น

 พอขาใหญ่เขาเคลียร์กันได้ ยายเนื่อม เจ้าของที่เกิดอีกสัก 10 ชาติก็ไม่รู้ว่า ที่ดินจะกลับไปเป็นของวัดเพื่อให้วัดได้ทำประโยชน์อย่างจิตเจตนาทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาหรือเปล่า

 บ้านเมืองเราคนบาปมีเยอะไม่พอ แต่ยังมีคนที่ดูดายเฉยเมยกับการเห็นคนอื่นทำบาป ก็เยอะเหมือนกัน

 ที่โชคร้ายก็คือ คนเหล่านี้หลายคนอยู่ในจุดที่สามารถจัดการกับปัญหา จัดการกับการทำบาปเหล่านั้นได้

 ทั้งที่การเรียกคืนที่ดินให้วัด ใครได้ยินได้ฟัง ก็ยกมือท่วมหัว...สาธุ กันทั้งนั้น

 ถ้าไม่เรียกว่า มีกรรม ก็คงจะต้องเดาว่า วิญญาณยายเนื่อมคงจะอยากให้ที่ดินผืนนี้ เป็นอนุสาวรีย์คนบาป ให้เรื่องราวคงอยู่นานๆ เพื่อจะได้สืบสาวเอาเรื่องกับพวกที่ไม่กลัวนรก

 ให้ได้ตกนรกทั้งเป็นเพราะถูกประจานไปเรื่อยๆ กันเสียก่อน

 แต่ในฐานะ รมว.มหาดไทย ทำไม ชวรัตน์ ถึงไม่รีบฉกฉวยโอกาสนี้ เดินเครื่องประสานกับสำนักพุทธศาสนาด้วยตัวเอง

 อย่างน้อยๆ มันก็พอจะไปคุยได้บ้างว่า ทำหน้าที่เป็น รมว.มหาดไทยมาเกือบ 10 เดือน ก็พอมีผลงานให้เห็น

 ไม่ใช่มองไปทีไรก็เห็นแค่คำสั่งปล่อยผีบ่อนไก่ กัดปลา

 หรือไม่ก็โหวตสวนนายกฯ ตอนจะเลือก ผบ.ตร.คนใหม่

 ทำเพื่อวัดเพื่อศาสนา ผลบุญก็คงจะส่งเสริมในยามเลือกตั้งกันบ้าง ที่สำคัญมันน่าจะดีกว่า ขู่กันไปขู่กันมา แล้วไม่มีใครได้ประโยชน์

ศรุติ