ข่าว

พระวัดป่าป่วยโรครุมเร้าเชือกผูกคอมรณภาพคากุฏิ

พระวัดป่าป่วยโรครุมเร้าเชือกผูกคอมรณภาพคากุฏิ

31 พ.ค. 2560

พระวัดป่าโนนสง่า อุดรธานี ป่วยโรครุมเร้า เขียนข้อความขอขมาพ่อแม่และครูบาอาจารย์ ฝากเผาศพ ก่อนใช้เชื่อกโยงกับขื่อและผูกคอในกุฏิอำลาโลก

           เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ต.ต.ศิริชัย โพธิจักร สว.สอบสวน สภ.ห้วยหลวง อ.เมือง จ.อุดรธานี รับแจ้งจากศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง ว่ามีเหตุพระภิกษุผูกคอตายในกุฏิ วัดป่าโนนสง่าห้วยหินลาด ม.7บ้านโนนสง่า ต.นิคมสงเคราะห์ อ.เมืองอุดรธานี จึงรายงานผู้บังคับบัญชา และออกไปตรวจสอบชันสูตรพลิกศพ พร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.ศูนย์อุดรธานี เจ้าหน้าที่มูลนิธิเมธาธรรมสถาน

          ที่เกิดเหตุเป็นกุฏิของพระพงษ์พันธุ์ สีลาคุปต์ อายุ44ปี พระลูกวัด ชาว ต.โนนเจริญ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ มีชาวบ้านบ้านโนนสง่า ประมาณ30คน ซึ่งเดินทางมาทำบุญถวายภัตราหารแก่พระสงฆ์มามุงดูอยู่ ภายในกุฏิพบศพพระพงษ์พันธุ์ ใช้เชือกไนล่อนสีเหลืองผูกคอกับขื่อ เสียชีวิตมาแล้วกว่า 8ชั่วโมง ตรวจสอบตามร่างกาย และรอบกุฏิไม่พบร่องรอยการต่อสู้ข้างศพพบสมุดเขียนข้อความโดยลายมือผู้ตายว่า "ขอขมากรรมพ่อแม่ และครูบาอาจารย์ ฝากเผาศพให้ผมด้วย”

          สอบสวนนายเดช บุญศิลป์ อายุ47ปี สารวัตรกำนัน ต.นิคมสงเคราะห์ ผู้พบศพคนแรก ให้การว่า พระพงษ์พันธุ์ บวชมาได้ 4 พรรษา เมื่อปี 57 ธุดงค์มาจำพรรษาที่วัดแห่งนี้ 1 พรรษา ก่อนธุดงค์ไปจำพรรษาที่วัดป่าแห่งหนึ่งในเขต อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู ล่าสุดเมื่อประมาณ1สัปดาห์ พระพงษ์พันธุ์ โทรศัพท์ให้ขับรถไปรับที่ จ.หนองบัวลำภู เพื่อกลับมาจำพรรษาที่วัดแห่งนี้ ซึ่งทางเจ้าอาวาสก็ไม่ขัดข้อง

          "ที่ผ่านมาพระพงษ์พันธุ์ เป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ออกบิณฑบาตโปรดญาติโยมทุกเช้า ไม่เคยพูดถึงปัญหาเรื่องสุขภาพ และเรื่องส่วนตัวให้ฟัง เช้าวันนี้ผมเห็นผิดสังเกต ญาติโยมที่มาทำบุญบอกไม่เห็นพระพงษ์พันธุ์ ลงมาฉันที่ศาลาจึงเดินไปดูพบว่าพระพงษ์พันธุ์ ผู้คอเสียชีวิตภายในกุฏิ จึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ"นายเดชกล่าว

          ด้าน นางแสงจันทร์ ลอยสงวน อายุ76ปี โยมอุปัฎฐาก วัดป่าโนนสง่าห้วยหินลาด บอกว่า พระพงษ์พันธุ์เคยผ่าตัดไต เมื่อครั้งที่ธุดงค์มาจำพรรษาที่วัดนี้ เมื่อปี 57 ก่อนธุดงค์ไปจำพรรษาที่วัดป่า ในเขต จ.หนองบัวลำภู และได้กลับมาจำพรรษาที่วัดแห่งนี้ได้ประมาณ  1สัปดาห์ เมื่อช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ได้บ่นกับตนว่า ป่วยจากโรคเก่ารักษาไม่หายและกลับมารุมเร้าบั่นทอนร่างกายอีก คาดว่าท่านคงเป็นทุกข์และทรมานกับโรคร้าย จึงตัดสินใจผูกตายเพื่อจบปัญหาสุขภาพ

          ขณะที่พ.ต.ต.ศิริชัย โพธิจักร สว.สอบสวน สภ.ห้วยหลวง เปิดเผยว่า  ข้อความที่เขียนลงในสมุดที่วางในกุฏิ ชาวบ้านต่างยืนยันเป็นลายมือของพระผู้ตายเขียนเองจริง นอกจากนี้การตรวจสอบร่างกายและรอบบริเวณกุฎิ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ และทรัพย์สินต่าง ๆ ยังอยู่ครบ ซึ่งทางตำรวจได้มอบศพให้ทางวัดดำเนินไปตามประเพณี