ข่าว

หุ้นไทยปิดกว่า700จุดสูงสุดรอบปีโอฬารยังหวั่นศก.ฟื้นตัวช้า

หุ้นไทยปิดกว่า700จุดสูงสุดรอบปีโอฬารยังหวั่นศก.ฟื้นตัวช้า

10 ก.ย. 2552

"โอฬาร" ฟันธงเศรษฐกิจไทยผ่านพ้นจุดต่ำสุดแต่ค่อยๆ ฟื้นตัวเป็นรูปตัว U หวั่นดำเนินนโยบายผิดพลาดเสี่ยงฟื้นตัวช้า จี้รัฐดูแลบาทอ่อน เร่งรัดแบงก์ปล่อยกู้ เพิ่มงบรายจ่ายชดเชยรายได้จากส่งออกและท่องเที่ยวที่หายไป ตลาดหุ้นไทยแตะสูงสุด710จุดรอบกว่า1ปีจากเงินทุน ไห

ดร.โอฬาร ไชยประวัติ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง กล่าวในการประชุมวิชาการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เรื่อง "เหลียวหลังแลหน้า เชื่อมั่นอนาคตอุตสาหกรรมไทย" ว่าปัจจุบันเศรษฐกิจไทยอยู่ในจุดต่ำสุดแล้ว และอยู่ในระหว่างการฟื้นตัวเป็นรูปตัว U แต่มีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะเป็นรูปตัว L หากนโยบายการเงินผิดพลาดและไม่ตรงประเด็น โดยหากรัฐบาลต้องการให้เศรษฐกิจกลับไปเท่ากับเดือนกันยายน 2551 ก่อนที่จะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจจะต้องดำเนินนโยบายเงินบาทอ่อนค่า เร่งรัดการปล่อยสินเชื่อของธนาคารและเร่งใช้จ่ายเงินงบประมาณ

 ทั้งนี้ พบว่าในปี 2552 รายได้จากการส่งออกและบริการของไทยลดลง 1.2 ล้านล้านบาท หากดูแลให้เงินบาทอ่อนค่าลง 3 บาท จะส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้น 4 แสนล้านบาท และต้องเร่งให้ทั้งแบงก์รัฐและเอกชนปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการและประชาชน 4 แสนล้านบาท และเพิ่มงบประมาณรายจ่ายอีก 4 แสนล้านบาทก็จะช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงของปีนี้ได้ แต่หากไม่ดำเนินการก็จะทำให้เศรษฐกิจกลับไปเท่ากับช่วงก่อนวิกฤติช้าออกไป

 นายอาทิตย์ วุฒิคะโร ผู้อำนวยการ สศอ.กล่าวว่า สศอ.ประเมินภาคอุตสาหกรรมผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วและจะมีการฟื้นตัวเป็นรูปตัว V แต่เป็นรูปตัว V ที่มีหางตวัดลงเพราะมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม 8 เรื่อง คือ 1.เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าฟื้นตัวแบบยั่งยืนหรือไม่ 2.เสถียรภาพของรัฐบาลมีผลต่อการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และความโปร่งใสของงบประมาณที่จัดสรรลงไป 3.แนวโน้มของราคาน้ำมันที่อยู่ในช่วงขาขึ้น 4.อัตราแลกเปลี่ยนที่เอื้อต่อการส่งออก 5.นโยบายการปล่อยสินเชื่อให้เอสเอ็มอีจะมีผลในทางปฏิบัติหรือไม่ 6.คำสั่งซื้อที่เข้ามามากช่วงนี้ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเสียเวลาฝึกอบรมแรงงานใหม่ 7.ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาตัวเอง 8.ความสมดุลของภาคอุตสาหกรรมและชุมชนที่ต้องหาจุดร่วมตามรัฐธรรมนูญ

 อย่างไรก็ตามในปีงบประมาณ 2553 สศอ.ได้รับงบเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญารวม 362 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายพัฒนาบุคลากร 16,000 คน สนับสนุนโรงงานปรับปรุงระบบโลจิสติกส์และลดการใช้พลังงาน 600 แห่ง และจัดตั้งศูนย์ข้อมูลรายสาขาเพื่อป้อนข้อมูลให้ผู้ประกอบการ 7-8 สาขา

ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปิดตลาดช่วงบ่ายวันนี้ที่ระดับ 703.09 จุด เพิ่มขึ้น 7.50 จุด หรือ 1.08 % มูลค่าการซื้อขาย 36,680 ล้านบาท การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกได้ตลอดวัน โดยขยับขึ้นแตะจุดสูงสุดของวันที่ระดับ 710.62 จุด ส่วนดัชนีจุดต่ำสุดของวันอยู่ที่ 699.70 จุด

นายวีระชัย ครองสามสี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายลยุทธ์การลงทุน บล.ฟาร์อีสท์ กล่าวว่า ตลาดยังเป็นกระแสจากเงินทุนที่ไหลเข้าในช่วงนี้อย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลทำให้ตลาดสามารถที่จะผ่านแนวต้านจิตวิทยาที่ระดับ 700 จุดแบบสบายๆ และขึ้นมาสูงสุดถึง 710 จุด แต่ช่วงท้ายเริ่มมีแรงเทขายทำกำไรออกมาช่วงสั้น อย่างไรก็ตาม มองว่าตราบใด fund flow ยังเข้ามาอย่างต่อเนื่อง มองว่าโอกาสที่ตลาดจะปรับตัวลงมาแรง ๆ โอกาสเห็นค่อนข้างยาก อาจจะมีปรับเล็กน้อยในระหว่างวันเท่านั้น แต่เชื่อว่าโดยรวมแล้วตลาดยังมีโอกาสจะขึ้นไปยืนเหนือระดับ 710 จุดได้ คิดว่าการที่เกิดเห็นแรงขายออกมา

ในช่วงบ่าย คงเป็นลักษณะของการปรับพอร์ต เพื่อลดความเสี่ยงธรรมดา และถ้าดูแรงซื้อที่ยังอยู่ในหุ้น big cap จึงมองว่ายังไม่น่ากังวลอะไร ปัจจัยแรกเงินยังไหลเข้า ปัจจัยที่ 2 ยังไม่มีปัจจัยลบเข้ามา ขณะเดียวกัน แนวโน้มของเศรษฐกิจโลกที่มีการส่งสัญญาณที่ฟื้นตัวขึ้นมา โอกาสที่ตลาดหุ้นจะปรับตัวขึ้นยังมีอยู่
 
สำหรับแนวโน้มพรุ่งนี้ เนื่องจากเป็นสุดสัปดาห์ ต้องระวังแรงขายในช่วงสั้น ๆ แต่ถ้าปรับตัวลงมา น่าจะเป็นจังหวะของการเข้าไปซื้อเล่นรอบใหม่ได้ เพราะสิ่งที่จะเป็นตัวกำหนดว่าตลาดจะลงหรือจะขึ้นต่อไปให้ดูจำนวนซื้อสุทธิของต่างชาติเป็นหลักมากกว่า