ข่าว

มาเลี้ยงผึ้งในสวนหลังบ้านกันเถอะ

มาเลี้ยงผึ้งในสวนหลังบ้านกันเถอะ

10 ก.ย. 2552

อังกฤษได้เปิดตัว "บีเฮาส์" รังผึ้งที่ทำจากพลาสติกไปเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อกระตุ้นให้คนหันมาเลี้ยงผึ้งในสวน หรือบนหลังคาบ้านกันมากขึ้น จะได้เพิ่มประชากรผึ้งในธรรมชาติที่ลดจำนวนลงอย่างน่าใจหาย
 ข้างฝ่ายพวกผึ้งเองก็ดูเหมือนว่าจะชอบบ้านใหม่สไตล์โมเดิร์นนี้อยู่ไม่น้อย เพราะพวกมันส่งเสียงหึ่งๆขณะบินเข้าๆออกๆรังพลาสติกที่ดูไปแล้วเหมือนกล่องไปรษณีย์สีสดกันอย่างมีความสุข
 ทอม ทิว หัวหน้าคณะนักวิทยาศาสตร์ประจำหน่วยงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของรัฐบาลอังกฤษที่ชื่อ "เนเชอรัล อิงแลนด์" สาขากรุงลอนดอน บอกว่า ถ้าชาวเมืองช่วยกันเลี้ยงผึ้งให้มากก็จะทำให้  จำนวนแมลงเพิ่มขึ้น แล้วทำให้แมลงเหล่านั้นต้านทานการโจมตีจากโรคภัยต่างๆ ตลอดจนศัตรูที่คุกคามการอยู่รอดของพวกมันได้มากขึ้น
 "เราจำเป็นต้องตระหนักว่า หากเราต้องการให้พืชเจริญงอกงามดี เราก็จำเป็นต้องมีประชากรแมลงที่แข็งแรงมาคำจุนพวกมันเอาไว้" ทิว กล่าว
 ผู้เชี่ยวชาญของ เนเชอรัล อิงแลนด์ กล่าวด้วยว่า สัตว์และพืชสามารถเจริญเติบโตได้หากว่ามนุษย์ออกแบบตัวเมืองโดยคำนึงถึงธรรมชาติด้วย แล้ว "บีเฮาส์" ก็เป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยมที่แสดงให้เห็นว่า การนำเอาธรรมชาติเข้ามาไว้ในบ้านของพวกเรานั้นมันง่ายแสนง่ายแค่ไหน
 ด้าน "ออมเล็ต" ผู้ผลิตรังผึ้งจำลองนี้ก็อวดอ้างสรรพคุณว่า "บีเฮาส์" รังผึ้งพลาสติกที่มีความกว้าง 1 เมตร ยาว 0.5 เมตรนี้มีขนาดใหญ่กว่ารังผึ้งปรกติถึง 2 เท่า ทำให้มีพื้นที่ให้ผองผึ้งเติบโตและสร้างอาณาจักรกันได้อย่างสะดวกสบาย
 รังผึ้งจำลองนี้จะผลิตน้ำผึ้งออกมาได้โดยเฉลี่ย 50 หม้อ หรือกว่า 20 กิโลกรัมในช่วงฤดูร้อน แลกกับการที่ผู้เป็นเจ้าของจะสละเวลาไปดูแลรังผึ้งเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงต่อสัปดาห์เท่านั้น
 โจฮันเนส พอล ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทออมเล็ตบอกว่า บีเฮาส์ได้รับการออกแบบมาเพื่อแสดงให้เห็นว่าการเลี้ยงผึ้งนั้นเป็นงานอดิเรกที่ต้องดูแลเอาใจใส่น้อยมาก แล้วรังผึ้งจำลองนี้ก็ไม่ต้องอาศัยพื้นที่มาก แค่วางไว้บนระเบียง หลังคาบ้าน หรือในสวนก็ได้แล้ว
 บีเฮาส์นี้มีสนนราคาอยู่ที่ 495 ปอนด์ หรือราวๆ 28,000 บาท แต่ไม่รวมเจ้าผึ้งน้อย ซึ่งคุณจะต้องไปหามาเลี้ยงเอาเอง
         ทั้งนี้ อังกฤษมีผึ้งอยู่ 250 ชนิด แต่จำนวนผึ้งให้น้ำหวานในอังกฤษนั้นลดลงถึง 15% ในช่วง 2 ปีที่ผานมา เหมือนกับในประเทศอื่นๆ เนื่องจากผึ้งต้องเจอกับโรคภัยที่เบียดเบียนพวกมันมากขึ้น แถมดอกไม้ที่พวกมันใช้เป็นแหล่งอาหาร ตลอดจนที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของพวกมันเองนั้นได้ถูกกำจัดไปเกือบหมด เพราะมนุษย์ได้ปรับพื้นที่ป่าไปปลูกสร้างบ้านเรือนเพื่ออยู่อาศัย หรือทำธุรกิจต่างๆแทน