
อาละวาดหนัก! ช้างป่าแก่งกระจานขวางถนนดักรถผลไม้ฉกกิน
ช้างป่าแก่งกระจานยืนขวางถนน ดักรถบรรทุกฉกกินผลไม้ คนใช้เส้นทางหวาดผวาหวั่นไม่ปลอดภัย พบออกมาซุ่มขึ้นบนถนนบ่อยครั้งขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช้างป่าแก่งกระจานอาละวาดหนัก บนถนนเส้นทางทางหลวงชนบทสายวลัย-ป่าละอู อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีพฤติกรรมยืนขวางถนนและรถยนต์ที่บรรทุกผลผลิตทางการเกษตรและใช้งวงรื้อค้น ส่วนบางรายขับรถ 6 ล้อบรรทุกสับปะรดส่งโรงงานเจอช้างป่าขนาดใหญ่ออกมาขวางและใช้งวงล้วงกินสับปะรด โดยพบระยะหลังช้างป่าแก่งกระจานโผล่ขึ้นมาบนถนนบ่อยขึ้นสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ใช้เส้นทางดังกล่าว
ทั้งนี้มีภาพบันทึกไว้ได้ขณะที่ช้างป่าแก่งกระจานตัวขนาดใหญ่ ยืนจังก้าขวางหน้ารถปิ๊กอัพคันหนึ่ง ที่กำลังมุ่งหน้ากลับเข้าหมู่บ้านป่าละอู บนเส้นทางหลวงชนบท ปข 5062 บ้านวลัย-ป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน ในช่วงเวลาประมาณ 3 โมงเย็น โดยช้างป่าขนาดใหญ่ขวางและดันรถไม่ให้เคลื่อนไปได้และใช้งวงลงไปควานหาของกินภายในกระบะด้านท้าย นอกจากนี้ยังมีรถยนต์ที่ใช้เส้นทางดังกล่าวประสบเหตุการณ์ทำให้รถทุกคันต้องหยุดรถไม่มีใครกล้าขับฝ่าออกไป
น.ส.ศรขวัญ ชาวบ้านหมู่ 9 บ้านโปร่งสำโหรง ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน กล่าวว่า ในคลิปที่ตนบันทึกไว้ในวันนั้นนั่งคู่ด้านหน้ากับแฟนหนุ่มกลับจากทำธุระที่กรุงเทพฯ ซึ่งมีการส่งต่อในโลกโซเชียลเพื่อเตือนผู้ที่ขับขี่โปรดใช้ความระมัดระวังในเส้นทางดังกล่าวด้วย ซึ่งมีความรู้สึกว่าช้างป่าเริ่มมีพฤติกรรมที่ดุขึ้น และมีเพื่อนบ้านได้ขับรถบรรทุกสับปะรด ก็ได้เจอช้างป่าตัวเดียวกันยืนขวางหน้ารถเช่นกัน
ด้าน นายสุวรรณ แก้วพลตรัง และ นางสุธิดา จิตจำปี สองสามีภรรยา เจ้าของแผงรับซื้อสับปะรด บ้านโปร่งสำโรง ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน ได้เล่าเหตุการณ์ชวนระทึกในการเผชิญหน้าช้างป่าว่า ได้ขับรถบรรทุก 6 ล้อ ทะเบียน 81-870 ประจวบคีรีขันธ์ บรรทุกสับปะรดที่รับซื้อไว้เพื่อเดินทางไปส่งโรงงานในตัวอ.กุยบุรี ขณะขับไปถึงบริเวรดังกล่าวก็พบช้างป่าตัวใหญ่เดินออกมายืนขวางกลางถนน และเดินเข้ามาที่รถทางด้านฝั่งที่ตนขับทำให้กระจกมองข้างหลุดลงตกพื้นและพยายามใช้งวงเอื้อมหยิบผลสับปะรดในรถไปกิน แต่ระหว่างนั้นมีรถบรรทุกวิ่งผ่านมาและเป็นจังหวะที่ช้างป่าผละออก จึงเร่งเครื่องวิ่งตามรถบรรทุกไปทันทีซึ่งพบว่านอกจากกระจกมองข้างที่แตกหลุดหายไปแล้วยังมีร่องรอยบุบที่ด้านหน้ารถแต่ไม่มาก
นายสุวรรณ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้เพียง 2 วันช่วงกลางดึก ตนและภรรยาพร้อมลูกชาย ได้ขับรถบรรทุกสับปะรดประมาณ 8-9 ตัน เพื่อไปส่งโรงงานที่อ.กุยบุรี ซึ่งเมื่อผ่านเข้าถนนเส้นนี้จะมีระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร จะถึงทางลงช่องเขาตายาย เพื่อมุ่งหน้าลงสู่พื้นที่หัวหิน ระหว่างผ่านด่านตรวจพลร่วม เป็นช่วงที่ต้องขึ้นเนินรถใช้ความเร็วไม่ได้ ก็มีช้างป่าตัวใหญ่มีงาโผล่ออกมาดักหน้าอยู่กลางถนน จึงทำให้ต้องหยุดรถ โดยช้างป่าส่งเสียงคำรามในบางครั้งอยู่ด้านหน้ารถ และใช้งวงเอื้อมหยิบผลสับปะรดที่บรรทุกมากินไปประมาณ 100 กิโลกรัมเห็นจะได้
"ขณะนั้นติดอยู่ในรถนานประมาณ 45 นาที โทรศัพท์ก็ใช้ไม่ได้เนื่องจากเป็นจุดที่สัญญาณโทรศัพท์มือถือใช้ได้มีเพียงบริเวณหน่วยพิทักษ์เขาหุบเต่าเท่านั้น จนกระทั่งมีรถตำรวจภูธรหนองพลับ วิ่งผ่านมาและขับไปตามเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่ประจำอยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์ขาหุบเต่ามาช่วยไล่ช้างป่าให้กลับเข้าป่าไป"
นายสุวรรณ กล่าวว่า ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นรู้สึกน่ากลัวมาก ชี้ให้เห็นว่าช้างป่าเริ่มมีพฤติกรรมที่ดุร้าย และช้างป่าเริ่มออกมาบนถนนถี่ขึ้น จนบางครั้งเมื่อหันมาปรับเปลี่ยนการขนผลิตลงไปเข้าโรงงาน เมื่อมาเป็นกลางวันก็มาพบเหตุการณ์เช่นเดียวกัน จนทำให้ทั้งชาวบ้านและผู้ที่นำผลผลิตจากในหมู่บ้านลงไปขายหรือส่งโรงงานจะเจอเหตุการณ์เช่นนี้บ่อยมากขึ้น โดยเฉพาะหากเป็นรถบรรทุกสับปะรด และผลไม้ก็จะถูกช้างป่าที่อยู่บริเวณสองข้างทางของเส้นทางดังกล่าว พุ่งออกมาขวางถนน โดยหากเป็นรถยนต์ปิคอัพที่บรรทุกพืชผลทางการเกษตรมาก็จะต้องเจอช้างป่าขวางหน้าทันที ส่วนรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาก็จะไม่ถูกช้างป่าเข้ามาขวาง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ลงพื้นที่ไปทีถนนสายดังกล่าวก็พบว่ามีช้างป่าออกมาบนถนนเช่นกัน โดยออกมาดักอยู่กลางถนนทำให้รถยนต์ส่วนใหญ่ทั้งที่เป็นรถยนต์ขนาดเล็ก รถจักรยานยนต์ต้องจอดและดูท่าทีไม่กล้าที่จะวิ่งผ่านไป เพราะเกรงอันตรายรวมทั้งรถยนต์คันไนที่บรรทุกสับปะรดมาก็จะต้องจอดดูจังหวะเพื่อรอรถใหญ่ผ่านมาจึงจะขับตามไปเพื่อความปลอดภัย



