
"น้องเก๋" ยังไม่ฟิต ปรับคิวแข่งใหม่ รอล่าแชมป์โลก
"น้องเก๋" ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล นักยกเหล็กสาวทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 2008 ร่างกายยังไม่เปรี๊ยะเหลือความฟิตแค่ 70-80 เปอร์เซนต์เท่านั้นแม้จะซ้อมหนักมาตลอด 4 เดือนเต็ม จึงต้องการใช้เวลาอีกพักใหญ่
"น้องเก๋" ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล นักยกเหล็กสาวทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 2008 เบนเป้าคืนสังเวียนปีนี้ เหลือแค่รายการเดียวคือ รายการชิงแชมป์โลกที่เกาหลีใต้ในเดือนพฤศจิกายน เหตุร่างกายยังไม่เปรี๊ยะเหลือความฟิตแค่ 70-80 เปอร์เซนต์เท่านั้นแม้จะซ้อมหนักมาตลอด 4 เดือนเต็ม จึงต้องการใช้เวลาอีกพักใหญ่ เพื่อเรียกพละกำลังรวมทั้งเทคนิคกลับคืนมา พร้อมเผยผ่านรายการทีวีจีน ซึ่งบุกมาสัมภาษณ์ถึงแคมป์เก็บตัวที่เชียงใหม่ว่า อยากจะสัมผัสเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ 2010 ให้ได้สักครั้งในชีวิต
ตามที่สมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทยได้รับการติดต่อจากบริษัท ไออีซี อิน สปอร์ต เพื่อขอถ่ายทำการฝึกซ้อมของทีมยกน้ำหนักไทย ในค่ายเก็บตัวที่ จ.เชียงใหม่ โดยจะนำไปแพร่ในรายการ โรด ทู เดอะ เอเชี่ยนเกมส์ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์การจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่เมืองกวางโจว ประเทศจีน จะเป็นเจ้าภาพในปี 2010
ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ทางทีมงานจากไออีซีได้ยกกองไปถ่ายทำการฝึกซ้อมของทีมจอมพลังไทยที่ จ.เชียงใหม่เรียบร้อยแล้ว โดยมี "โค้ชนิด" สายพิณ เดชแสง ผู้ฝึกสอน "น้องเก๋" ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 2008 และ "น้องแบ๋น" วันดี คำเอี่ยม เหรียญทองแดงโอลิมปิก 2004 เป็นตัวแทนคณะนักกีฬาไทยในการให้สัมภาษณ์
จากนั้น โค้ชสายพิณ ได้ออกมากล่าวว่า การถ่ายทำครั้งนี้ทีมงานจากจีนได้ถามหลายคำถามที่น่าสนใจ อาทิ ทำไมนักยกน้ำหนักของไทยจึงประสบความสำเร็จในเวทีระดับโลก ซึ่งก็ได้ตอบไปว่า เป็นเพราะสมาคมยกน้ำหนักไทยมีการทำงานที่เป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารของผู้บริหาร การได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากสปอนเซอร์ โดยเฉพาะการไฟฟ้าฝ่ายผลิต การวางแผนฝึกซ้อมนักกีฬาหรือการเตรียมทีมที่จะทำกันในระยะยาว ฝึกซ้อมอย่างจริงจังเข้าแคมป์เก็บตัวแต่ละครั้งเป็นปี ไม่ใช่แค่ซ้อม 3-4 เดือน บางครั้งนักกีฬากว่าจะได้กลับบ้าน ต้องใช้เวลานาน บางคน 1-2 ปี ถึงได้กลับบ้านต่อครั้ง และที่สำคัญความมีวินัยของตัวนักกีฬาเอง ทำให้ผลงานออกมาดี
ขณะที่ "น้องเก๋" ประภาวดี เปิดเผยว่า ทางจีนได้ถามคำถามหลายข้อเหมือนกัน แต่ที่รู้สึกว่าค่อนข้างมีความหมายและกินใจ คือคำถามที่ว่า กีฬาเอเชี่ยนเกมส์มีความสำคัญกับตนอย่างไรบ้าง ก็ได้ตอบไปว่ามีความสำคัญมาก เพราะครั้งที่แล้วที่ประเทศกาตาร์ ทำได้เพียงเหรียญเงิน ทำให้ในครั้งหน้าที่กวางโจว ก็หวังที่จะได้สัมผัสเหรียญทองให้ได้สักครั้งในชีวิต
"ส่วนการฝึกซ้อมของเก๋ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมานั้น ยังไม่ค่อยลงตัวนัก มีความพร้อมแค่ 70-80 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ยังไม่เต็มร้อย ยังขาดอีกเยอะทั้งเรื่องพละกำลังและเทคนิค เนื่องจากห่างหายจากการซ้อมไปพักใหญ่ คงจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะกว่าที่ทุกอย่างจะลงตัว ทำให้เวลานี้ตั้งเป้าไปแข่งขันแค่รายการชิงแชมป์โลก ซึ่งจะมีขึ้นวันที่ 17-27 พฤศจิกายน ที่เกาหลีใต้ เพียงรายการเดียวเท่านั้น ส่วนรายการชิงแชมป์เอเชียซึ่งอยู่ในโปรแกรมที่เคยวางแผนไว้ว่าจะลงแข่งในวันที่ 9-16 พฤษภาคม ที่คาซัคสถานนั้น อาจจะต้องถอนตัว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคงต้องดูอีกครั้งว่าร่างกายเก๋จะพร้อมมากน้อยแค่ไหน" จอมพลังสาวไทยกล่าว



