ข่าว

ปณิธานเผยกก.โฆษกกระทรวงพร้อมปชส.งานรัฐบาล

ปณิธานเผยกก.โฆษกกระทรวงพร้อมปชส.งานรัฐบาล

10 ก.ย. 2552

“ปณิธาน” เผย กก.โฆษกกระทรวง พร้อม ปชส.งานรัฐบาล กำชับหน่วยงานเกี่ยวข้อง รับประชุมอาเซียน ซัมมิท

(10ก.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโฆษกกระทรวง เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลในช่วงเร่งด่วนและระยะยาว ว่า ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า คณะกรรมการโฆษกควรให้ความสำคัญในการประชาสัมพันธ์นโยบายของรัฐบาลให้มากขึ้น ทั้งการดำเนินนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ การชี้แจงความขัดแย้งในสังคม ซึ่งเป็นปัญหาทางการเมืองด้วย โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกภาคส่วนดำเนินงานภายใต้กรอบกฎหมาย เช่น การชี้แจงเรื่องเงื่อนไขในการยุบสภา และการประกาศใช้พระราชบัญญัติความมั่นคง เป็นต้น

 นายปณิธาน กล่าวอีกว่า คณะกรรมการโฆษกกระทรวง และส่วนราชการได้ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งประชาสัมพันธ์ ในเรื่องที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๕ และการประชุมที่เกี่ยวข้อง และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งมีกระทรวงการต่างประเทศเป็นหน่วยงานหลัก เพื่อประชาสัมพันธ์สาระสำคัญของการประชุมและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับทั้งก่อน และระหว่างการประชุมในช่วงเดือนตุลาคมนี้ และขอความร่วมจากประชาชนร่วมกันเป็นเจ้าภาพ เนื่องจากยังมีประชาชนวิตกกังวลเกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 19 กันยายน และในช่วงของการประชุมอาเซียนนั้น ดังนั้นที่ประชุมจึงกำหนดให้มีการจัดทำแผนประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคนโดยเฉพาะกลุ่มผู้ชุมนุม ให้ยึดหลักสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมที่ปราศจากการใช้ความรุนแรง

 นายปณิธาน กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการป้องกัน เรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน และผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงได้แต่งตั้งคณะทำงานเฝ้าระวังการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่รอบ 2 และจัดทำยุทธศาสตร์ให้อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ลงพื้นที่เข้าถึงประชาชน เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วยและเสียชีวิตของประชาชน รวมทั้งได้เตรียมวัคซีนป้องกันโรคให้เพียงพอต่อความต้องการและการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในการดำเนินงานอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตามที่ประชุมยังกำชับให้ทุกกระทรวงและส่วนราชการร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อยกระดับความสำคัญของการรับมือกับปัญหาและการดูแลสุขภาพของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น