ข่าว

สปท. เตรียมชง “บิ๊กตู่” ตั้งสถาบันสร้างวัฒนธรรมการเมือง

สปท. เตรียมชง “บิ๊กตู่” ตั้งสถาบันสร้างวัฒนธรรมการเมือง

29 พ.ค. 2560

สปท. เห็นชอบแนวทางปฏิรูปการเมืองในแผนยุทธศาสตร์ชาติ ชง ตั้งกก.ศึกษาแก้รธน. เมื่อใช้ครบ10ปี-ให้มีสัญญาประชาคม-กฎหมายคุมขัดแย้งในบ้านเมือง โวกันรัฐประหารได้แน่

 

          29 พ.ค 60 – ที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มีมติเห็นชอบด้วยกับข้อเสนอการปฏิรูปการเมืองเพื่อเป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเสนอโดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ที่มีนายเสรี สุวรรณภานนท์ เป็นประธาน กมธ. ด้วยเสียง 158 เสียง ไม่เห็นด้วย 2 เสียงและงดออกเสียง 8 เสียง โดยหลังจากนี้ กมธ.ฯ การเมือง จะนำข้อเสนอแนะของสปท. ไปปรับปรุงก่อนเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ต่อไป
          ทั้งนี้กมธ.ฯ ด้านการเมือง อาทิ นายสมพงษ์ สระกวี นายวันชัย สอนศิริ แสดงความเห็นอย่างมั่นใจว่า เมื่อแผนปฏิรูปดังกล่าวบัญญัติและบังคับใช้ได้ภายในระยะเวลา 5 ปีต่อเนื่อง 20 ปี จะตอบโจทย์และตอบคำถามของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้ง 4 ข้อได้อย่างแน่นอน รวมถึงจะเป็นมาตรการที่ป้องกันการรัฐประหารในอนาคตได้อย่างแน่นอน
          ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสาระสำคัญของข้อเสนอดังกล่าว คือ ประเด็นสร้างการเมืองในระบอบประชาธิปไตยให้มั่นคง ยั่งยืน มีรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล มีแนวทางสำคัญ 1.กำหนดระยะเวลาที่ทบทวน และปรับแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือ 10 ปี โดยให้รัฐสภาตั้งคณะกรรมาธิการจากสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา เพื่อทบทวนหรือตรวจสอบเนื้อหารัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ และสถานการณ์ของบ้านเมือง 2.สร้างระบบคุณธรรมทางการเมือง ผ่านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย เพื่อเป็นแนวาทางการพัฒนา ผู้เข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง และ ประชาชนฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้สิทธิอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม
          ขณะที่ ประเด็นการสร้างรัฐบาลมีเสถียรภาพ, บ้านเมืองสงบเรียบร้อย, ประชาชนปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีงานทำ และรายได้ที่เพียงพอต่อการยังชีพ ระบุแนวทางไว้โดยรวม คือ ใช้มาตรการให้การศึกษา และความรู้กับประชาชนต่อบทบาทในการเมือง สร้างความตระหนักต่อสิทธิ เสรีภาพ และการเคารพบุคคลอื่น ขณะที่นักการเมืองนั้น มีแนวทางเชิงกำกับการทำงานที่เข้มงวดเพื่อไม่ให้มีพฤติกรรมซื้อสิทธิ ขายเสียง และสร้างความตระหนักต่อการทำงานเพื่อส่วนรวม
          “สำหรับการตรวจสอบอำนาจรัฐ ต้องกำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ ให้มีกฎหมายที่สร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย มีกฎหมายให้รัฐสภา คณะกรรมการการเลือกตั้ง ตั้งโรงเรียนการเมือง รวมถึงกฎหมายที่เป็นมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางการเมือง และทำสัญญาประชาคมเพื่อสร้างความปรองดองของคนในชาติ” รายงานข้อเสนอการปฏิรูปการเมืองเพื่อเป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระบุ
          ผู้สื่อข่าวรายงานถึงประเด็นทำสัญญาประชาคมตามข้อเสนอนั้น ระบุว่า ส่วนประชาชนต้องให้ความร่วมมือ ให้การเลือกตั้งสุจริต ยอมรับผลเลือกตั้ง สนับสนุนพรรคการเมืองและนักการเมืองที่ดี เสียสละ มีความรับผิดชอบ เข้าสู่การดำรงตำแหน่ง รวมถึงร่วมมือ สนับสนุนรัฐ ที่ทำให้บ้านเมืองสงบ ไม่ขัดแย้ง , ส่วนของภาครัฐ ต้องดูแลแก้ปัญหาให้ประชาชนอยู่ดีกินดี แก้ปัญหาความเดือดร้อนและความเหลื่อมล้ำ นอกจากนั้นทุกรัฐบาล ไม่ควรมีหรือสนับสนุนให้มีกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องเพื่อสนับสนุนรัฐบาล
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการอภิปรายเพื่อให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมของสปท. นั้น สนับสนุนให้ สปท. โดย ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. ทำเรื่องถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งสถาบันส่งเสริมและเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตย เพื่อให้เป็นกลไกสำคัญต่อการปรับวิถีชีวิตของฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ขณะที่ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น มีผู้เสนอให้ปรับโครงสร้างของกรรมาธิการฯ โดย ให้เป็นกรรมการอิสระ ที่มาจากฝ่ายการเมือง นักวิชาการ และบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง โดยหน้าที่คือ พิจารณาเนื้อหาของบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องหรือเหมาะสมกับสถานการณ์ ภายในระยะ 6 เดือน หรือ 1ปี หากพบประเด็นที่ต้องแก้ไขต้องเสนอรายละเอียดต่อรัฐสภา เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐธรรมนูญ พศ.2560 กำหนด.