ข่าว

คลังจับมือแบงก์รัฐช่วยเกษตรกรรวมตัวเป็นล้งส่งออกสินค้าเกษตร

คลังจับมือแบงก์รัฐช่วยเกษตรกรรวมตัวเป็นล้งส่งออกสินค้าเกษตร

29 พ.ค. 2560

คลังจับมือแบงก์รัฐช่วยเกษตรกรรวมตัวเป็นล้งส่งออกสินค้าเกษตร

                  นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค) เปิดเผยว่า แม้ว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ราคาสินค้าเกษตรจะปรับตัวดีขึ้น แต่กระทรวงการคลังยังมีแผนที่จะสร้างความยั่งยืนในแง่ของรายได้ให้แก่เกษตรกรตามนโยบายที่ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ไว้ โดย สศค.มีแนวคิดที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรทั้งสวนผลไม้ พืช ผัก รวมตัวจัดทำบรรจุภัณฑ์(แพ็คเกจจิ้ง) ให้เอื้อต่อการจำหน่ายในตลาด และร่วมมือเป็นคนกลางคัดแยกผลไม้เพื่อส่งออก (ล้ง)

                   ขณะนี้พบว่า ส่วนใหญ่ล้งผลไม้ เช่น ลำไย ทุเรียน อยู่ในมือกลุ่มนายทุนจีน ซึ่งบางครั้งในการเก็บเกี่ยวผลผลิตเน้นปริมาณมากกว่าเน้นคุณภาพ เช่น ช่วงราคาแพงรีบตัดทุเรียนอ่อนส่งออก ทำให้คุณภาพทำให้สินค้าไทยด้อยลงไป

               “สศค.เห็นว่า เมื่อไทยมีผลผลิตทางการเกษตรของตัวเอง ก็น่าจะสนับสนุนให้เกษตรกร รวมตัวกันในการทำการตลาดสินค้า และบรรจุภัณฑ์เอง ซึ่งจะเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าให้มีราคาสูงขึ้น ทำให้รายได้ของเกษตรกรเพิ่มสูงขึ้นอย่างยั่งยืน แนวทางดังกล่าวเป็นสิ่งที่เกษตรกรญี่ปุ่นดำเนินการอยู่” นายกฤษฎา กล่าว

              ทั้งนี้แนวทางดังกล่าวได้มีการหารือเบื้องต้นในระหว่างที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มาร่วมประชุมกับธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ)ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยนายสมคิดได้มอบนโยบายให้แบงก์รัฐทั้งธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย พร้อมสนับสนุนด้านเงินทุน ส่วนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นั้น ก็ได้ให้สินเชื่อประเภทดังกล่าวอยู่แล้ว นอกจากนี้ สศค.พร้อมจะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเข้าไปให้ความรู้ และให้ความช่วยเหลือ รวมถึงการทำการตลาดและหาช่องทางการขายผ่านตลาดออนไลน์ในต่างประเทศด้วย

              นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า แนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายมากขึ้นนั้น ธ.ก.ส.ดำเนินการผ่านสินเชื่อ หนึ่งตำบลหนึ่งเอสเอ็มอีเกษตร ตั้งเป้ามีเอสเอ็มอีเกษตรทุกตำบลในไทย 7,305 ตำบล คัดเลือกเอสเอ็มอีเกษตรเด่นๆตำบลละ 1 แห่ง เป็นหัวขบวนในการสร้างรายได้ให้ชุมชน โดยในปีผ่านมาสามารถสร้างเอสเอ็มอีเกษตรกว่า 2.2 พันราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อเอสเอ็มอีเกษตรที่ปล่อยในปีที่แล้ว 4.8 หมื่นล้านบาท โดยมีเกษตรกรเข้ามาเป็นเครือข่ายเอสเอ็มอีกว่า 2 หมื่นราย