
สปท.พิจารณาวันนี้!! เสนอตั้ง "กระทรวงอุดมศึกษา"
จับตา สปท.ชงแนวทางปฏิรูปการเมือง-การศึกษา เสนอ ตั้งกมธ.ตรวจสอบการใช้รธน.เมื่อครบ 10 ปี ขณะที่กมธ.การศึกษา เสนอตั้งกระทรวงอุดมศึกษา
29 พ.ค.60 - การประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)ในวันนี้ ซึ่งจะเริ่มเวลา 9.30 น.ที่ประชุมจะพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เรื่อง“ข้อเสนอการปฏิรูปการเมืองเพื่อเป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติ” และรายงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา เรื่อง แผนการปฏิรูปการอุดมศึกษา
สำหรับสาระสำคัญเรื่องข้อเสนอการปฏิรูปการเมืองเพื่อเป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติของคณะกรรมาธิการด้านการเมือง คือ การทำให้มีระบบการเมืองที่มั่นคงเป็นกลไกที่นำไปสู่การบริหารประเทศที่มีเสถียรภาพ ต่อเนื่องและโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล ซึ่งการให้เกิดความมั่นคงทางการเมืองนี้ ควรต้องมีแนวทาง 3 ประการ คือ
1.ให้มีการทบทวนปรับแก้รัฐธรรมนูญ โดยกรรมาธิการมีข้อเสนอให้ในระยะเวลาเมื่อครบ 10 ปี นับแต่วันที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้บังคับ ให้รัฐสภาตั้งคณะกรรมาธิการจากฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อทำหน้าที่ในการทบทวนการตรวจสอบการใช้รัฐธรรมนูญ รวมทั้งให้มีการปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ทันสมัยและสอดคล้องกับเหตุการณ์ และสถานการณ์ของบ้านเมืองตามกระบวนการที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 255 และมาตรา256 บัญญัติไว้เพื่อความ มั่นคงทางการเมือง
2. ระบบคุณธรรม ซึ่งหมายถึงระบบที่จัดลำดับความสำคัญสูงสุด เพื่อให้ได้มาซึ่งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ รวมทั้ง องค์กรอิสระและตุลาการโดยการเข้าสู่ตำแหน่งดังกล่าวควรเป็นไปตามระบบคุณธรรม โดยเน้นไปที่ 1.การปฏิรูปผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 2. ปฏิรูประบบพรรคการเมือง 3.ปฏิรูปการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม 4.การปฏิรูปการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย และ5.การปฏิรูปการควบคุมและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึ่งการปฏิรูป การเมืองทั้ง 5 นี้ ถือว่าเป็นหัวใจหลักในการสร้าง “คน”
3. ระบบความชอบธรรม ซึ่งหมายถึง การยอมรับในการมีอำนาจและการใช้อำนาจในการปกครอง ไม่ใช่การให้ประชาชนยอมรับในอำนาจเพราะความกลัว หรือเพราะได้รับผลประโยชน์ แต่เพราะยอม รับกติกาของรัฐ ที่ใช้ในการควบ คุมสังคมว่ามีอยู่จริงและเป็น สิ่งถูกต้อง ความชอบธรรมจึงเกี่ยวกับการประเมินความดีงามของการใช้อำนาจ ประสิทธิภาพในการใช้อำนาจ และความยุติธรรมของ อำนาจทางการเมืองดังนั้น ความชอบธรรมของรัฐบาลจะเกิดขึ้นได้จากการบริหารการพัฒนาประเทศการจัดการการแก้ไขปัญหาการบริหารประเทศ การแก้ไขปัญหาสังคมและปัญหาทางเศรษฐกิจ จึงเห็นสมควรให้มีการทบทวนและตรวจสอบในระดับยุทธศาสตร์เพื่อประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการแก้ไขปัญหาดังกล่าวของหน่วยงาน ของรัฐที่รับผิดชอบในทุก ๆ 5 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของรายงานแผนการปฏิรูปการอุดมศึกษาของคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ได้เสนอให้มีการจัดตั้งกระทรวงหรือทบวงขึ้นเพื่อดูแลการอุดมศึกษาของประเทศ เป็นการเฉพาะ เนื่องจากภายใต้โครงสร้างปัจจุบันสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงศึกษามีข้อเสียหลายประการ อาทิ การรวมเอาการอุดมศึกษาเข้าไว้ในกระทรวงศึกษาธิการส่งผลให้กระทรวงมีขนาดใหญ่เทอะทะ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาในระดับอุดมศึกษาได้เท่าที่ควร เป็นต้น
หากมีการจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษาจะทำให้โครงสร้างเล็กลง สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว การมองปัญหาจะมีลักษณะที่เฉพาะเจาะจงและแหลมคมมากขึ้นนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ตรงประเด็น อีกทั้งเมื่อจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษาแล้ว จะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเป็นผู้กำหนดยุทธศาสตร์ ทิศทาง นโยบายอุดมศึกษาของประเทศ และเมื่อจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษาแล้วให้มีคณะกรรมการสถาบันกระทรวงอุดมศึกษาแห่งชาติจำนวน 20-25 คน
นอกจากนี้คณะกรรมาธิการฯยังมีข้อเสนอในเรื่องของการปฏิรูปการอุดมศึกษา โดยให้รัฐจัดแบ่งกลุ่มสถาบันการศึกษาของรัฐเป็น 5 ประเภทเพื่อให้สามารถพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาให้สอดคล้องเหมาะสมกับศักภาพของแต่ละสถาบัน และตอบสนองความต้องการตามเป้าหมายุทธศาสตร์ชาติ ประกอบด้วย 1.มหาวิทยาลัยวิจัย 2.มหาวิทยาลัยเชี่ยวชาญเฉพาะ 3.มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาประเทศ 4.สถาบันการศึกษาเฉพาะทาง และ 5.สถาบันการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาตรี



