
ระทึก! รถบรรทุกปูนชนรั้วบ้าน แก๊สแอลพีจีรั่ว!
ชาวบ้านแตกตื่น รถบรรทุกปูนเสียหลักพุ่งชนรั้วบ้านริมทาง แก๊สแอลพีจีรั่วไหล จนท.เร่งเคลียร์พื้นที่ โชคดีไร้เจ็บ-ตาย
เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 28 พ.ค.60 พ.ต.อ.ชัชวรินทร์ บุนนาค ผกก.สภ.แม่โจ้ ได้รับแจ้งเหตุรถบรรทุกปูนเสียหลักลื่นไถลตกลงข้างทางและพุ่งชนเข้ากับรั้วบ้านของประชาชน และมีเชื้อเพลิงแก๊สแอลพีจีรั่วไหล เหตุเกิดที่บริเวณถนนเชียงใหม่-พร้าว ขาออก หมู่ที่ 1 บ.แม่เตาไห ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ซึ่งรถคันดังกล่าวเป็นรถบรรทุกที่ใช้แก๊ส เมื่อถังแก๊สแอลพีจีเกิดรั่วไหลจึงทำให้ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงต่างตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก กลัวเกิดการระเบิดขึ้น
พ.ต.อ.ชัชวรินทร์ เปิดเผยว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุกปูน หมายเลขทะเบียน 79-1566 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ข้างทาง สภาพหน้ารถพุ่งชนรั้วบ้านประชาชนที่อยู่บริเวณดังกล่าวได้รับความเสียหาย ขณะเดียวกันบริเวณถังแก๊สแอลพีจี มีท่อส่งแก๊สหลุด ทำให้แก๊สในถังรั่วไหล เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย และเจ้าหน้าที่ ปภ. ต้องช่วยกันเข้าทำการฉีดพ่นน้ำและระงับเหตุเพื่อไม่ให้แก๊สเชื้อเพลิงถูกประกายไฟและลุกไหม้
นอกจากนี้ยังพบว่าบริเวณถนนสายดังกล่าวมีรถติดยาว การจราจรติดขัด เนื่องจากอุบัติเหตุทำให้เหลือช่องทางจราจรเพียงช่องทางเดียว เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องช่วยกันอำนวยความสะดวก เพื่อให้รถที่สัญจรไปมาผ่านไปได้ด้วยความปลอดภัย และต้องปล่อยให้แก๊สที่บรรทุกอยู่ภายในถังไหลออกมาจนหมด นานกว่า 1 ชั่วโมง โดยมีเจ้าหน้าที่เฝ้าดูแลและป้องกันไม่ให้เกิดประกายไฟขึ้น จนกระทั่งสถานการณ์กลับสู่ปกติในที่สุด
ทั้งนี้ สถานการณ์ได้กลับเข้าสู่ปกติในช่วงเวลาประมาณ 09.00 น. โดยเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันเคลียร์พื้นที่ จนกระทั่งถนนสายดังกล่าวรถสามารถสัญจรได้ตามเดิม และได้ประสานให้เจ้าหน้าที่กู้ภัย และเจ้าหน้าที่ ปภ.ทำการเคลื่อนย้ายรถคันดังกล่าวออกจากที่เกิดเหตุเพื่อความปลอดภัย ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบทราบว่า รถบรรทุกปูนคันดังกล่าวมี นายศุภวิชญ์ อุจายะ เป็นคนขับขี่
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถมาตามเส้นทางขาออก โดยระหว่างที่ขับมามีฝนตกถนนลื่น ประกอบกับมีรถขับตัดหน้า ทำให้ตกใจหักหลบแล้วเสียหลักพุ่งตกลงข้างทาง ทำให้รถพุ่งชนเข้ากับรั้วบ้านของประชาชนที่อยู่ริมทาง และมีแก๊สแอลพีจีที่ติดตั้งในตัวรถรั่วไหลออกมา
อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันระงับเหตุได้อย่างดี จึงไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้แต่อย่างใด



