ข่าว

รฟม.แจงข้อเท็จจริงรถไฟฟ้าสายสีส้มไม่โปร่งใส

รฟม.แจงข้อเท็จจริงรถไฟฟ้าสายสีส้มไม่โปร่งใส

26 พ.ค. 2560

'รฟม.'ร่อนหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงสางปมข้อสงสัยประกวดราคาก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มไม่โปร่งใส

 

           26 พ.ค. 60 - การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)  ได้ส่งหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีที่นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งข้อสังเกต "โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี มีความไม่โปร่งใส" (อ่านต่อ..."วิลาศ"ปูดแฉซ้ำประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มส่อไม่ชอบ) ว่า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ขอชี้แจงเป็นประเด็น ดังนี้

           ประเด็นที่ 1 ตั้งข้อสังเกตว่า ตามปกติต้องประมูลบริษัทที่ปรึกษาในการก่อสร้างก่อนแล้ว จึงดำเนินการประกวดราคาหาผู้รับเหมาก่อสร้าง แต่โครงการนี้มีการประกวดราคาผู้รับเหมาเมื่อวันที่ 9 ก.พ. 60 แล้วค่อยมาเปิดซองประมูลบริษัทที่ปรึกษา เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 60 ซึ่งได้มา 3 บริษัท

           รฟม. ขอชี้แจงว่า ที่ผ่านมาไม่มีข้อกำหนดใดที่จะต้องดำเนินการคัดเลือกที่ปรึกษาก่อนหรือหลังผู้รับจ้าง สำหรับโครงการนี้มีการประกาศคัดเลือกที่ปรึกษาหลังคัดเลือกผู้รับจ้างงานโยธา เนื่องจากโครงการมีขนาดใหญ่และแบ่งเป็นสัญญาจ้างเหมาหลายสัญญา จึงจำเป็นต้องทราบรูปแบบโครงสร้างสัญญางานโยธาก่อน จึงจะสามารถกำหนดรูปแบบและขอบเขตงานการจ้างที่ปรึกษาได้ อย่างไรก็ตามรฟม.ได้มีการกำหนดแผนงานให้การเริ่มงานทั้งในส่วนของผู้รับเหมาก่อสร้างงานโยธาและที่ปรึกษา มีระยะเวลาที่สอดคล้องกัน ทั้งนี้การดำเนินโครงการรถไฟฟ้าของ รฟม. ที่ผ่านมาเช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งส่วนเหนือและส่วนใต้ ก็มีการว่าจ้างผู้รับเหมางานโยธาก่อนที่จะว่าจ้างที่ปรึกษาโครงการเช่นเดียวกัน

           ประเด็นที่ 2 นายกรณินทร์ กาญจโนมัย ผู้แทนสำนักงบประมาณ ทักท้วงว่า การประมูล ไม่น่าถูกต้อง เพราะราคาประมูลแพงกว่าราคากลางของสำนักงบประมาณไป 200 กว่าล้านบาท

           รฟม. ขอชี้แจงว่า ราคาของผู้แทนสำนักงบประมาณดังกล่าวเป็นการเปรียบเทียบกับ ราคากลางที่ รฟม. กำหนด ไม่ใช่กับราคาที่ประมูลได้ โดยราคากลางที่ รฟม. ได้คำนวณไว้ อ้างอิงมาจากหลักเกณฑ์ราคากลางของกระทรวงการคลัง ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2556 (ค่าจ้าง ที่ปรึกษาใช้จ่ายจากเงินกู้) ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ที่ รฟม. ยึดปฏิบัติมาโดยตลอด ขณะที่ผู้แทนสำนักงบประมาณได้อ้างอิงอัตราต่างๆ ตามหลักเกณฑ์ราคากลางของสำนักงบประมาณเอง จึงมีอัตราหลายรายการที่แตกต่างจากอัตราตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง ส่งผลให้ราคาโดยรวมของผู้แทน สำนักงบประมาณแตกต่างจากราคากลางของ รฟม. ทั้งนี้ราคาที่ประมูลได้ของที่ปรึกษาทุกรายต่ำกว่าราคากลางของ รฟม. ที่กำหนดตามเกณฑ์ราคากลางของกระทรวงการคลังข้างต้น ทั้งสิ้น

           ประเด็นที่ 3 หนังสือที่ส่งกลับมาที่บอร์ดในวันที่ 15 พ.ค. เพื่อแจ้งว่า บริษัทที่ประมูลได้ ได้ลดค่าจ้างลงรวม 45 ล้านบาท เป็นเพียงหนังสือเวียน และพบว่า บริษัทที่ปรึกษามีการคำนวณรวม ค่าล่วงเวลาล่วงหน้าวันละ 3 ชั่วโมง ในอัตราพิเศษไว้ล่วงหน้าแล้ว

           รฟม. ขอชี้แจงว่า การจัดจ้างที่ปรึกษาฯ ดังกล่าว ได้เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการ รฟม. มาเป็นลำดับ ระหว่างเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2560 โดยคณะกรรมการ รฟม.ได้มีมติเห็นชอบในหลักการผลการจัดจ้างแล้ว ยกเว้นในส่วนของข้อสรุปราคาสุดท้ายที่จะว่าจ้าง ซึ่งคณะกรรมการ รฟม. เกรงว่า หากการว่าจ้างที่ปรึกษาล่าช้าออกไป จะส่งผลถึงงานก่อสร้างโครงการซึ่งผู้รับเหมาได้เริ่มดำเนินงานไปแล้วได้ จึงได้มีมติ (เมื่อวันที่ 8 พ.ค.60) ให้ รฟม. ไปปรับปรุงรายละเอียดการคำนวณราคาค่าจ้าง และให้ผู้แทนสำนักงบประมาณตรวจพิจารณาให้ได้ข้อสรุปในอัตราที่เหมาะสม แล้วให้นำเวียน คณะกรรมการ รฟม. เพื่อพิจารณาเห็นชอบข้อสรุปราคาฯ ต่อไป อย่างไรก็ตามรฟม.จะได้นำข้อสรุปราคาค่าจ้างเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ รฟม. เพื่อพิจารณาเห็นชอบราคาค่าจ้าง ที่ปรึกษาฯ อีกครั้งหนึ่ง ก่อนลงนามสัญญาจ้างฯ ต่อไป

           สำหรับกรณีการคำนวณค่าจ้างบุคลากรหลักที่ปรึกษานั้น รฟม. กำหนดอัตราค่าจ้าง โดยใช้อัตราตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง จากหลักการที่ว่าลักษณะงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าของ รฟม. จะก่อสร้างตามแนวถนนสายหลัก และจะมีการปิดถนนเพื่อก่อสร้างในเวลากลางคืนและวันหยุด บุคลากรที่ปรึกษาจึงจำเป็นต้องปฏิบัติงานทั้งในเวลาทำการปกติและนอกเวลาทำการ รวมถึงในวันหยุดด้วย เพื่อเร่งรัดโครงการให้แล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ส่วนอัตราตามหลักเกณฑ์ของสำนักงบประมาณ เป็นกรณีที่บุคลากรที่ปรึกษาปฏิบัติงานในเวลาทำการปกติ ไม่ได้รวมถึงการปฏิบัติงานนอกเวลาและวันหยุด ผู้แทนสำนักงบประมาณจึงได้อนุโลมให้ รฟม. ใช้อัตราค่าตอบแทนบุคลากรตามที่กำหนดในราคากลางของ รฟม. ซึ่งเป็นอัตราปกติตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง ไม่ใช่อัตราพิเศษแต่อย่างใด

           ประเด็นที่ 4 กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาโครงการทั้ง 3 พบว่า มี 1 บริษัท บอร์ด รฟม. 1 คน มีรายชื่อเป็นอดีตประธานบริษัทที่ชนะการประมูล และอีกบริษัทมีภรรยาของกรรมการบอร์ดมีหุ้นสูงสุดในบริษัทด้วย ซึ่งเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน

           รฟม ขอชี้แจงว่า ​​​​การว่าจ้างที่ปรึกษาโครงการของ รฟม. ได้ดำเนินการตามข้อบังคับ รฟม.ว่าด้วยการจ้างที่ปรึกษา พ.ศ. 2554 อย่างเคร่งครัด โดยได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการดำเนินการจ้าง ที่ปรึกษา เพื่อทำการคัดเลือกที่ปรึกษาตามข้อบังคับดังกล่าว ซึ่งระหว่างการคัดเลือก คณะกรรมการฯ ก็ได้ทำการตรวจสอบคุณสมบัติของกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาผู้ยื่นข้อเสนอในด้านต่างๆ โดยละเอียดเพื่อให้สอดคล้องและไม่ขัดกับกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และเป็นไปตามเงื่อนไขการจัดจ้างที่ระบุไว้ใน TOR ทั้งนี้จากการตรวจสอบคุณสมบัติของกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาที่ได้รับการคัดเลือกแล้ว ปรากฏว่า ไม่พบประเด็นตามที่ตั้งข้อสังเกตไว้แต่อย่างใด.