
ในหลวง ร.9 ทรงงานมากมายโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
ในหลวง ร.9 ทรงงานมากมายโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
สำหรับบรรยากาศภายในพระบรมมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ามากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 05.00 น.มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศมารอต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนอบอ้าว
ดร.มนพร ชาติชำนิ วัย 42 ปี อาจารย์ประจำคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เดินทางมาจากบ้านพักใน จ.สมุทรปราการ พร้อมกับเพื่อรร่วมงาน น.ส.วาสนา บุญมี อายุ 49 ปี กล่าวว่า วันนี้เพิ่งเดินทางมากราบพระบรมศพเป็นครั้งแรกเพราะเป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยหยุดพอดี
"ตอนเด็กๆ ตากับยายเคยพาไปรับเสด็จฯ พระองค์ท่าน เมื่อครั้งเสด็จฯ ที่สกลนคร ตอนนั้นคนไปรอรับกันมากมาย ด้วยความที่เราเป็นเด็กก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมทุกคนต้องมารับพระองค์ท่านกันเยอะขนาดนี้ ตากับยายก็เล่าให้ฟังว่าพระองค์มาช่วยชาวบ้านให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อย่างที่สกลนครจะมีศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการเขื่อนน้ำอูน ฯลฯ ส่วนพระราชินีก็เข้ามาส่งเสริมศิลปาชีพ
ตอนที่ขึ้นไปเบื้องหน้าพระบรมโกศเวลาน้อยมากจนไม่ทันได้บอกอะไรกับพระองค์ท่าน แต่ขณะที่ต่อแถวเดินขึ้นไปก็บอกพระองค์ท่านตลอดว่าจะคิดดีทำดีตลอดไป อย่างทุกวันนี้ก็จะพยายามช่วยเหลือสังคม ด้วยการใช้วิชาชีพพยาบาลที่ทำอยู่เข้าร่วมกับมูลนิธิต่างๆ ทุกครั้งที่มีโอกาสทำได้ ตามแบบพระองค์ท่านที่ทรงงานมากมายเพื่อประชาชนโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน" ดร.มนพร กล่าว
นายเอกลักษณ์ เชิดชู พนักงานบริษัทเอกชน เดินทางมาจากบ้านพักย่านวงเวียนใหญ่ มากราบสักการะพระบรมศพเป็นครั้งแรก กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยมากราบพระบรมศพช่วงเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว แต่ฝนตกหนักและประชาชนเยอะมากจึงไม่สามาถเข้าไปได้ ครั้งนี้เลยตั้งใจมา ด้วยเห็นคนต่างจังหวัดที่มาเช้าเย็นกลับ เดินทางเหนื่อยกว่าเรา แต่เขาก็ตั้งใจมากันเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เพราะความผูกพันของประชาชนคนไทยที่มีต่อพระองค์ท่าน
"สำหรับตัวเองเป็นคนศึกษาเรื่องของพระองค์ท่านมานาน ทั้งเรื่องศิลปะ ดนตรี และการเกษตร โดยส่วนตัวชอบกินลูกฟิกหรือมะเดื่อฝรั่ง เมื่อก่อนเมืองไทยมีผลมะเดื่อแต่รสชาติไม่ดี ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้มีราคาแพง แต่ช่วงหลังลูกฟิกราคาถูกลง เมื่อได้ศึกษาอย่างละเอียดจึงทราบว่าในหลวงรัชกาลที่9 ทรงเป็นผู้นำลูกฟิกเข้ามาปลูกในประเทศไทย ทำให้ประชาชนคนไทยได้มีโอกาสชิมรสชาติผลไม้เมืองหนาว และสร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่ชาวเขาด้วย
ขณะที่หลักคำสอนของพระองค์ที่ยึดมาใช้ในการดำรงชีวิตหรือการทำงาน จากที่เคยได้อ่านในนิตยสารไทม์ ซึ่งพระองค์พระราชทานสัมภาษณ์เมื่อหลังวันที่ 14 ต.ค.2516 ว่า "ความลับไม่มีในโลก แม้ตัวท่านเองเป็นกษัตริย์ อะไรที่เราทำไม่ดีก็จะถูกเปิดเผยเอง หรือเรื่องการนินทาต่างๆ ไม่ใช่แค่ในคนทั่วไปเท่านั้น" จึงคิดว่าตัวเองจะใช้ชีวิตให้ดีที่สุด ไม่เบียดเบียนใคร ใครจะพูดอะไรให้เสียใจหรือไม่ชอบ ก็จะไม่เสียใจให้ถือเป็นเรื่องปกติ" นายเอกลักษณ์กล่าว



