
ร่วมปลูกป่าถวายพระราชินี
เพื่อสนองพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และบริษัทในเครือสำนักงานทรัพย์สินฯ ได้แก่ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย บมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์ และบมจ.เทเวศประกันภัย นำพนักงานจิตอาสากว่า 200 คน ร่วมกันปลูกป่าต้นน้ำ ในโครงการป
ชนกณัฐ สิมพะลิก หัวหน้ากองสื่อสารองค์กร ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กล่าวว่า สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ร่วมกับ 3 บริษัทในเครือ ได้แก่ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย บมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์ และบมจ.เทเวศประกันภัย นำคณะผู้บริหารและพนักงานจำนวนกว่า 200 คน ปลูกต้นไม้เพื่อให้เป็นป่าต้นน้ำได้จำนวนถึง 8,000 กว่าต้น บนพื้นที่ 40 กว่าไร่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ตามมติคณะรัฐมนตรี
"ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของโครงการปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ ที่มีจุดมุ่งหมายให้ทุกภาคส่วนได้น้อมนำแนวพระราชดำริ ไปพัฒนาต่อในพื้นที่เพื่อเสริมสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนให้แก่ประชาชนและชุมชนนั้นๆ ต่อไปอย่างแท้จริง การปลูกป่าในครั้งนี้เรามีความตั้งใจจะช่วยกันปลูกป่าเพื่อคืนต้นน้ำ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดแห่งชีวิตของทุกสรรพสิ่ง แม้ในวันที่เราปลูกป่าจะมีทั้งฝนตก แดดออก แต่พวกเราทุกคนก็ไม่ท้อถอย ยังคงเดินหน้าถือต้นกล้าขึ้นไปปลูกบนพื้นที่ป่าสิริเจริญวรรษกันอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เพื่อที่ต่อไปต้นกล้าเหล่านี้ก็จะกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ที่เป็นแหล่งต้นน้ำ เพื่อสร้างความสมดุลของระบบนิเวศให้เหมาะสมกับสภาพภูมิสังคมและสภาพปัญหาในแต่ละพื้นที่ ตลอดจนรักษาต้นน้ำลำธารเพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ดิน ป้องกันภัยธรรมชาติ การแก้ปัญหาอุปสรรคการทำเกษตรกรรมของชาวชุมชนในแต่ละพื้นที่เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน” หัวหน้ากองสื่อสารองค์กรกล่าว
สำหรับพันธุ์ไม้ยืนต้นในการปลูกป่า ได้แก่ ต้นตะแบก ประดู่ ก้ามปู ขนุนป่า ฯลฯ โดยพันธุ์ไม้ยืนต้นเหล่านี้จะกลายเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญในการช่วยลดปัญหาน้ำท่วม ปัญหาดินโคลนถล่ม อากาศเสีย หรือแม้แต่ปัญหาสภาวะโลกร้อนที่ทั่วโลกกำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ การร่วมมือกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติโดยการช่วยกันปลูกป่าจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก โดยในขนาดพื้นที่ 1 ไร่ ปลูกต้นไม้ได้ 200 ต้น และบุคคล 1 คน ปลูกได้ประมาณคนละ 40 ต้น ซึ่งการปลูกป่าแม้เพียงคนละ 1 ต้น เท่ากับช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ผืนป่าเมืองไทยอย่างมีคุณค่ายิ่ง
ดังพระราชดำรัสของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ความตอนหนึ่งว่า “บ้านเราไม่มีแหล่งน้ำใหญ่ๆ มีแต่ป่า ถ้าเผื่อคนไทยไม่ทราบว่าป่าไม้คืออะไร ป่าไม้คือที่สะสมน้ำไว้ใต้ดินนี่เอง ที่ฤดูฝนแทนที่น้ำฝนจะไหลหลากลงไปที่ทะเล ถ้ามีป่า ป่าเหล่านั้นต้นไม้ใหญ่ๆ เหล่านั้นจะดูดน้ำไว้ใต้ดิน ใต้ต้นของเขาจำนวนมาก และตามกิ่งก้านของเขาจะดูดไว้ เรียกว่าเป็นแหล่งน้ำที่ดีและออกมาเป็นลำธารน้อยใหญ่”



