
จิตกรรมฝาผนังวัดป่าเลไลย์หลุดร่อนเร่งกรมศิลป์ตรวจสอบ
น้ำฝนซึมเข้าใต้โบสถ์ทำจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่อายุหลายร้อยปี วัดป่าเลไลย์ ต.ดงบังอ.นาดูน จ.มหาสารคาม พังหลุดร่อนชาวบ้าน-นักวิชาการจี้กรมศิลปากรตรวจสอบหวั่นเสียหาย
25 พ.ค.60 จากฝนที่ตกลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาพจิตรกรรมฝาผนัง ที่โบสถ์วัดป่าเลไลย์ บ้านหนองพอก ต.ดงบัง อ.นาดูน จ.มหาสารคาม หลุดร่อนออก ผศ.ดร.ทรงวิทย์ พิมพะกรรณ์ นักวิชาการด้านวัฒนธรรม จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า วัดป่าเลไลย์ เดิมชื่อวัดบ้านหนองพอก ตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2324 เป็นวัดเก่าแก่ ในวัดมีสิมอีสาน หรือโบสถ์ สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ.2454 แล้วเสร็จเมื่อปีพ.ศ. 2460 ใช้เวลาในการก่อสร้างถึง 6 ปี เพื่อเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา ในการก่อสร้างตัวสิมหรือพระอุโบสถ์ ฉาบผนังก่ออิฐด้วยปูนโบราณ และมีภาพจิตกรรมฝาผนัง หรือที่ชาวอีสานเรียกว่าฮูปแต้มในสิมด้านนอก มหาชาติชาดก ทั้ง 13 กัณฑ์ ในสิมเขียนภาพพุทธประวัติ ซึ่งทรงคุณค่า และถือเป็นโบราณสถานสำคัญที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และเป็นที่หวงแหนของประชาชน
“การหลุดร่อนของพื้นผนังฮูปแต้มถือเป็นเรื่องใหญ่ ต้องเร่งดำเนินการซ่อมแซมให้เร็วที่สุด เนื่องจากเกรงจะหลุดร่อนลงมามากกว่าเดิมเพราะช่วงนี้เป็นฤดูฝน อีกทั้งชาวบ้านในพื้นที่ก็หวงแหนฮูปแต้มนี้มาก เพราะมีประวัติความเป็นมายาวนาน ประกอบกับเป็นการเขียนเรื่องราวในชาดก มีวรรณกรรมพื้นบ้านล้านช้างหลายเรื่องประกอบกันด้วย จึงถือเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่หาค่าไม่ได้”ผศ.ดร.ทรงวิทย์ กล่าว
ด้านนายจารึก วิไลแก้ว ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา กล่าวว่า สำหรับสาเหตุที่ทำให้ภาพจิตรกรรมหลุดร่อน เกิดจากสาเหตุที่บริเวณโดยรอบสิมอีสาน มีการถมดินสูงกว่าพื้นที่รอบโบสถ์ เมื่อฝนตกลงมาน้ำจึงไหลเข้าในสิมแล้วซึมเข้าไปใต้สิมทำให้เกิดความชื้น ประกอบกับพื้นที่ภาคอีสานส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นดินเค็ม จึงเป็นสาเหตุทำให้ภาพจิตกรรมฝาผนังหลุดร่อนออกมา
“แนวทางการบูรณโบราณสถานทางสำนักศิลปากรที่ 10 จะดำเนินการ 2 ส่วน คือ การจัดทำระบบระบายน้ำในสิม ให้มีประสิทธิภาพไม่ท่วมขัง ส่วนสำคัญคือการบูรณะภาพจิตรกรรมฝาผนังที่โบสถ์วัดป่าเลไลย์โดยเร็ว ซึ่งขณะนี้ทางสำนักศิลปากรที่ 10 ได้ดำเนินการประสานงานกับนักวิชาการด้านอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนัง กองโบราณคดี กรมศิลปากร จากส่วนกลางมาประเมินความเสียหาย พร้อมทั้งเร่งซ่อมแซมที่ชำรุดโดยเร็ว พร้อมกับการทำระบบระบายน้ำไม่ให้ซึมลงใต้ดิน เพราะหากยังมีความชื้น ต่อไปก็จะมีการหลุดร่อนอีก” กล่าว



