
รู้รักสามัคคีที่ในหลวง ร.9 ทรงสอนใช้ได้ดีในที่ทำงาน
ความคิดเห็นแตกต่างกันได้ แต่ไม่ใช่แตกแยก
วันที่ 25 พ.ค. 2560 บรรยากาศในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง เป็นวันที่ 204 โดยเจ้าหน้าที่เปิดประตูวิเศษไชยศรีตั้งแต่เวลา 05.00 น. ปรากฎว่ามีประชาชนทั้งจากกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เดินทางมาเข้าแถวรอด้วยความจงรักภักดีตลอดทั้งวัน
หลังร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ นายยุทธชัย จรณะจิตต์ กรรมการบริหารกลุ่มบริษัท อิตัลไทย กล่าวถึงความรู้สึกว่า ในนามกลุ่มอิตัลไทยรู้สึกปลาบปลื้มยินดีเป็นอย่างมากที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระองค์ท่าน ผู้บริหารและพนักงานที่มาในวันนี้นับเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เป็นตัวแทนของพนักงาน 5-6 พันคน มาถวายความจงรักภักดีในวันนี้ นับเป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ ถึงพระองค์ท่านไม่ได้อยู่กับพวกเราแล้วแต่เชื่อว่ายังทรงดูแลประชาชนชาวไทยอยู่เสมอ
"ทางอิตัลไทยซึ่งเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจด้านการก่อสร้างซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศชาติ ได้น้อมนำปรัชาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการดำเนินงานประหยัด มัธยัสต์ ไม่วู่วาม ระวังทุกฝีก้าวในการดำเนินธุรกิจ มีความพอประมาณ ส่วนตัวในฐานะผู้บริหารพยายามปกครองพนักงานให้ดีที่สุด เหมือนที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงปกครองประเทศชาติ และทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจที่ดีของประชาชนเสมอมา คนไทยนับว่าโชคดีที่เกิดมาอยู่บนผืนแผ่นดินของพระองค์ ดังนั้นต้องสามัคคี ต้องกันให้มาก แม้ว่าบางครั้งหน้ามืดในเรื่องธุรกิจไปบ้างแต่ก็ต้องคำนึงถึงประเทศชาติเป็นสำคัญ" กรรมการบริหารกลุ่มบริษัท อิตัลไทย กล่าว
นางธันยนันท วันอารีย์ ผู้การธนาคารกสิกร วัย 40 ปี เดินทางมาจากจังหวัดชลบุรีพร้อมกับเพื่อนๆ เปิดใจเล่าให้ฟังหลังจากเข้ากราบสักการะพระบรมศพด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ด้วยจังหวะและโอกาสทำให้เพิ่งได้มากราบพระบรมศพเป็นครั้งแรก พอได้เข้าไปในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทตรงจุดที่จะต้องนั่งกราบ น้ำตาไหลออกมาเอง สิ่งที่ตอบในใจคือ ดีใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย ตรงนี้เป็นแผ่นดินที่พระองค์ให้กับประชาชนคนไทย วันนี้ได้มากราบพระองค์แบบใกล้ชิดขนาดนี้ รู้สึกตื้นตันใจมากจนพูดไม่ออก
“เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้ยินจนติดหูและได้เห็นติดตาก็คือเรื่องหลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งพระองค์ไม่เพียงแค่ตรัสแต่ยังทรงปฎิบัติให้เห็นเป็นแบบอย่าง ที่เห็นได้ชัดๆ ก็เรื่องของใช้ส่วนพระองค์ เช่น ยาสีฟัน ดินสอ จุดนี้ทำให้ได้คิดว่าขนาดพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีพร้อมทุกอย่าง แต่ยังทรงมีพระราชจริยวัตรอันเรียบง่ายธรรดา แต่ในทางตรงข้ามเราซึ่งเป็นประชาชนคนธรรมดา ไม่ได้เกิดมามีความพร้อมเหมือนอย่างพระองค์ ยิ่งน่าจะปฏิบัติได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ในเรื่องของการทำงานตัวเองได้น้อมนำเอาเรื่องความสามัคคีตามกระแสรับสั่งหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงให้ไว้ว่า มีความคิดเห็นแตกต่างกันได้ แต่ไม่ใช่แตกแยก ในข้อนี้ตัวเองถือว่าใช้และสามารถใช้ได้ดี เพราะว่าการทำงานอย่าไปคิดว่าความคิดของคนนั้นผิดคนนี้ถูก แต่เราสามารถรับความคิดเห็นของแต่ละคนมารวมกัน เพื่อนำไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน” นางธันยนันทเผย
นางสาวสุพิชฌาย์ เอี่ยมเจริญ (กลาง)
นางสาวสุพิชฌาย์ เอี่ยมเจริญ อายุ 46 ปี พสกนิกรชาวจังหวัดสระบุรี ที่ทุกวันนี้ได้มายึดอาชีพค้าขายอยู่แถวเขตบางกระปิ กรุงเทพมหานครฯ กล่าวภายหลังที่ได้สักการะพระบรมศพ ว่า พึ่งมาเป็นครั้งแรก วินาทีแรกที่ได้สักการะพระบรมศพเต็มไปด้วยความตื้นตันใจ ความภูมิใจที่ครั้งหนึ่งที่ได้มาทำหน้าที่ลูกที่ดี ที่ผ่านมาในหลวง ร.9 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณกับพสกนิกรชาวไทยเป็นล้นพ้น ที่ไหนแห้งแล้งก็ทรงทำให้มีฝน ที่ไหนยากจนก็ทรงทำให้ประชาชนมีรายได้พออยู่พอกิน ในยามที่ประเทศกำลังประสบกับภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ก็ได้พระราชทานแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักยึดให้คนไทยทุกคนได้นำไปปรับใช้ และทุกวันนี้ทำอาชีพค้าขายบางวันก็ขายของได้บางวันก็ขายไม่ดี ดังนั้นตัวเองจึงยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงมาใช้ในการดำเนินชีวิต ใช้ชีวิตอยู่บนความไม่ประมาท ใช้จ่ายอย่างประหยัดไม่ฟุ่มเฟือย ถ้าขายของได้ 100 บาท ก็แบ่งใช้ 30 บาท ที่เหลือก็เก็บไว้ เพราะอาชีพค้าขายอย่างเราไม่มีอะไรแน่นอน จึงต้องเก็บเงินไว้ใช้ใรอนาคตเผื่อมีเหตุฉุกเฉินจะได้ไม่เดือดร้อน



