ข่าว

ผลตรวจสตง.ชัดคิงพาวเวอร์ไม่ติดพีโอเอส !!!

ผลตรวจสตง.ชัดคิงพาวเวอร์ไม่ติดพีโอเอส !!!

25 พ.ค. 2560

“ชาญชัย”ระบุผลตรวจสตง.ชัดคิงพาวเวอร์ไม่ติดพีโอเอสผิดสัญญาของทอท.แต่กลับมีการละเลย เชื่อฮั้วทำประเทศเสียหาย 2.7 หมื่นล้านบาท

          25 พ.ค. 60 นายชาญชัย  อิสระเสนารักษ์ ในฐานะรองประธานอนุกรรมธิการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญป้องกันและปราบปรามฯ สปท. กล่าวถึงกรณีที่บริษัทการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย(ทอท.) ทำสัญญาให้กลุ่มบริษัทเอกชนเข้าบริหารพื้นที่ภายในสนามบินสุวรรณภูมิโดยบริษัทเอกชนต้องมีการจัดแบ่งสรรผลประโยชน์จากยอดการขายสินค้าปลอดอากรและบริการให้ ทอท.15%จากยอดที่ให้บริษัทคิง พาวเวอร์เก็บได้ไม่เกิน 20% ซึ่งมีเงื่อนไขสำคัญว่าจะต้องติดตั้งระบบพ้อย ออฟเซล(พีโอเอส) ซึ่งเป็นระบบที่สามารถตรวจสอบยอดการขายสินค้า หากไม่ทำ ถือว่าผิดสัญญา ซึ่ง ทอท. สามารถบอกเลิกสัญญาได้ทันที

         โดยตลอดเวลา 9 ปีที่ผ่านมาพบว่าไม่มีการติดตั้งระบบพีโอเอส โดยสตง.เข้าไปตรวจสอบ ผลปรากฎว่า ไม่สามารถตรวจสอบยอดการขายสินค้าและบริการที่แท้จริงได้ เพราะไม่มีการติดตั้งระบบพีโอเอส ตามที่ระบุไว้ในสัญญา  อีกทั้งพบว่า ก่อนหน้าที่จะเป็นสัญญาคือ ก่อนการประมูลทอท.ได้มีการประมูลระบบพีโอเอสไว้แล้วโดยใช้งบประมาณกว่า 200 ล้านบาท แต่ปรากฎข้อเท็จจริงว่า ตั้งแต่เปิดขายสินค้าจนถึงปัจจุบัน บริษัทคิงพาวเวอร์ กลับส่งแต่รายงานยอดการขายสินค้าและบริการหลังจากพ้นระยะเวลาไปแล้ว 24 ชั่วโมง คือรายงานของเมื่อวาน ต่อ ทอท. 

          นายชาญชัย กล่าวอีกว่า  ตนขอตั้งข้อสังเกตว่า ในเมื่อมีการทำผิดสัญญาทำไมทอท.ไม่เตือนหรือบอกยกเลิกสัญญา แต่กลับมีการสมรู้ร่วมคิดระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนกับเอกชนปล่อยปละละเลยในการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ให้กับบริษัทคิง พาวเวอร์ ขณะที่บริษัทเอกชนดังกล่าวก็รู้ว่าตัวเองทำผิดสัญญา ถือว่าผิดทั้งทางแพ่ง ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องมีความผิดทางอาญาที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เป็นเหตุทำให้รัฐรับความเสียหายจำนวนเงินหลายหมื่นล้านบาท

          ทั้งนี้คณะอนุกมธ.ฯ เคยรายงานให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมายรับทราบแล้วเฉพาะรายการนี้อย่างเดียวประเมินว่า รัฐเสียหายไม่น้อยกว่า 2.7 หมื่นล้านบาท ตลอด 9 ปีที่ผ่านมาและหากมีการตรวจสอบทวนด้านเอกสารอาจจะเสียหายมากกว่านี้ เพื่อเป็นการยืนยันข้อมูลกรณีนี้ได้มีการทำรายละเอียดรายงานให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอขา นายกฯและหัวหน้าคสช. ทราบแล้ว ยังขาดเพียงชื่อของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องร่วมรู้เห็นและกระทำความผิด รวมถึงคนที่ปล่อยปละละเลย และยังพบรายงานการประชุมของคณะกรรมการในทอท.บางชุดที่ทำรายงานโกหกว่า ได้ติดตั้งระบบพีโอเอสนี้แล้วเป็นการโกหกหลวกลวงประชาชนและผู้ถือหุ้นทอท. ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนที่ทางสตง.ตรวจสอบพบเมื่อวันที่ 29 ก.พ. 2559

           โดยสตง.ทำรายงานถึงนายนิตินัย ศิริสมรรถการ ผอ.ใหญ่การท่าฯ และประธาน คือนายประสงค์ พูลธเนศ ซึ่งทราบเรื่องนี้ดีแต่กลับไม่แก้ไขอะไรเลย ถามว่าควรหรือไม่ ที่นายกฯจะปล่อยให้คนเหล่านี้อยู่บริหารต่อในตำแหน่งต่อไป จึงเป็นที่มาของการทำความเห็นของสปท.ชุดปราบโกงได้เสนอให้ปลดออก เพราะทำผิดสัญญาและละเลยอย่างนี้ ตนจึงจำเป็นต้องชี้แจงบอกกล่าวต่อสังคมให้รับทราบข้อเท็จจริง