
ปภ.ประสานจังหวัดรับมือฝนตกหนัก 25-28 พ.ค.นี้
ปภ.รายงานยังคงเกิดน้ำไหลหลาก 2 จังหวัด สุโขทัย ลำปาง พร้อมประสานจังหวัดเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 25 – 28 พ.ค.60
25 พ.ค. 60 - นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำไหลหลาก และน้ำเอ่อล้นตลิ่ง โดยตั้งแต่วันที่ 16 - 23 พ.ค. มีพื้นที่เกิดสถานการณ์อุทกภัยใน 15 จังหวัด รวม 52 อำเภอ 176 ตำบล 989 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 21,059 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 5 ราย ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 13 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์น้ำไหลหลากในพื้นที่ภาคเหนือ 2 จังหวัด 9 อำเภอ 57 ตำบล 406 หมู่บ้าน ได้แก่ สุโขทัย น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอศรีสำโรง อำเภอเมืองสุโขทัย อำเภอคีรีมาศ อำเภอศรีนคร อำเภอสวรรคโลก อำเภอทุ่งเสลี่ยม อำเภอบ้านด่านลานหอย และอำเภอกงไกรลาศ รวม 56 ตำบล 405 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 20 หลัง ผู้เสียชีวิต 3 ราย ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 17,119 ครัวเรือน 39,654 คน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 17,655 ไร่ ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภอคีรีมาศ รวม 5 ตำบล โดยระดับน้ำเริ่มลดลง ลำปาง น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อำเภอเสริมงาม (หมู่ที่ 8 ตำบลเสริมซ้าย) ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าในช่วงวันที่ 25-28 พ.ค. ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ในระยะแรกเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ จากนั้นภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ส่วนภาคตะวันออกและภาคใต้จะมีฝนตกต่อเนื่องตลอดช่วง โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ปภ.จึงได้ประสานจังหวัด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด อีกทั้งจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์และชุดเคลื่อนที่เร็ว ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที ตลอดจนแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
หากได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.



