ข่าว

สั่งฟันจราจรปลอมใบสั่ง-คุมเข้มหวั่นใช้หากิน

สั่งฟันจราจรปลอมใบสั่ง-คุมเข้มหวั่นใช้หากิน

10 ก.ย. 2552

"รองภาณุ" สั่งฟันจราจรปลอมใบสั่ง-คุมเข้มหวั่นตำรวจใช้หากิน สั่งฟันวินัย-อาญา "ส.ต.อ.ทางด่วน2" เบิกใบสั่งให้เพื่อนบริษัทเอกชน ยอมรับเคยมีชาวบ้านทำใบสั่งปลอมขึ้นมาเองให้รถบรรทุกนำไปใช้ เตือนผู้ขับขี่แม้ถูกเขียนใบสั่งแล้วไม่มาเสียค่าปรับภายใน 7วัน จะใช้ต่อรอ

(10ก.ย.) พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานจราจร กล่าวถึงเรื่องใบสั่งปลอมว่า ได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ส.ต.อ.อธิพงศ์ กันดี ผบ.หมู่ งานจราจรทางด่วน 2 ที่มีชื่อในใบสั่งที่ถูกร้องเรียนว่าเป็นใบสั่งปลอมให้ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเอาผิดทางวินัยและอาญา หลังจากได้สอบถามเจ้าตัวให้การรับสารภาพว่า ได้นำใบสั่งไปให้เพื่อนที่อยู่ในบริษัทเอกชนจริง และสอบผู้บังคับบัญชาของระดับ สารวัตร และ ผกก.ของ ส.ต.อ.อธิพงศ์ ด้วยว่าบกพร่องหรือไม่อย่างไร

 รอง ผบช.น. กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาเคยตรวจพบว่ามีชาวบ้านทำใบสั่งปลอมเองทั้งฉบับ มีการประทับตราปลอม รหัสตำรวจจราจรที่ออกใบสั่งปลอม ส่วนใหญ่จะเป็นรถบรรทุกที่ถูกจับตรวจควันดำ อีกรายเป็นตำรวจ สน.บางขุนเทียน เป็นคนเบิกใบสั่งแล้วไปออกปลอม มีการสั่งขัง แต่เนื่องจากมีหลักฐานชี้แจงว่าได้แจ้งความใบสั่งหายไว้ แต่ตรวจสอบแล้วทำเพียงฉบับเดียวจึงรอดตัวไป อีกรายที่พบใบสั่งปลอมเป็นแถวมีนบุรี ตรวจสอบแล้วไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด

 พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวว่า ส่วนรายของ ส.ต.อ.อธิพงศ์ กันดี เป็นใบสั่งจริง แต่เบิกไปมากผิดปกติ คือที่ตรวจพบมีการเบิกไปถึง 5 เล่มๆ หนึ่งมี 25 ใบ เจ้าตัวรับว่าเอาไปให้เพื่อนไว้เพื่อป้องกันถูกจับ เห็นได้ว่ามีพฤติการณ์เอาไปหากินจริง เป็นการประพฤติมิชอบหาประโยชน์จากการปฏิบัติหน้าที่ การให้ออกไว้ก่อนเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว

 สำหรับใบสั่งทุกเล่มทุกฉบับจะมีหมายเลขกำกับ การเบิกจ่ายใบสั่ง กทม.จะออกโดยผู้บังคับการจราจรซึ่งเป็นเจ้าพนักงานจราจร ทุกสน.จะเบิกจาก กก.3 บก.จร.เพียงที่เดียว ที่พิมพ์เอาไว้มีการควบคุมเบิกจ่ายว่าใบสั่งเล่มใบ สน.ใดเบิกไป สน.จะคุมว่าตำรวจจราจรคนใดเบิกใบสั่งเล่มใดไป เมื่อตำรวจจราจรเขียนใบสั่งแก่ผู้ขับขี่ที่กระทำผิดกฎจราจรแล้วจะให้ใบสั่งสีขาวแก่ผู้ขับขี่ใช้แทนใบอนุญาตขับขี่มีกำหนดจะต้องไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อเสียค่าปรับภายในเวลา 7 วัน

 ส่วนก๊อบปี้ใบสีเหลืองติดไว้กับใบขับขี่ที่ยึดมาส่งไปเก็บไว้ที่โรงพัก ใบสีชมพูกับสีฟ้าจะติดไว้ที่ต้นขั้ว ส่งคืนกลับไว้ที่ สน.จะมีการควบคุมตรวจสอบได้ว่ามีการออกใบสั่งผู้กระทำผิดกฎจราจรจำนวนเท่าใด ให้ใครไปบ้าง เพื่อติดตามผลการชำระค่าปรับแล้วเท่าใด จะได้ทราบว่าแต่ละนายมีจำนวนส่วนแบ่งรางวัลนำจับเท่าใด ซึ่งผู้บังคับบัญชาจะต้องดูแลตรวจสอบการปฏิบัติ เมื่อใบสั่งหายไปก็จะรู้

 พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวเตือนประชาชนผู้ขับขี่ ว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรพบการกระทำผิด อาจจะว่ากล่าวตักเตือนหรือออกใบสั่งหรือยึดใบอนุญาตขับขี่ก็ได้ กรณีใบสั่งที่ยึดใบอนุญาตขับขี่ไว้ สามารถใช้แทนใบขับขี่ได้ในระยะเวลา 7 วัน กรณีที่ถูกใบสั่งแล้วไปกระทำผิดอีก ตำรวจจราจรสามารถจะออกใบสั่งตามข้อหาที่พบใหม่ จะยึดใบสั่งใบแรกไว้หรือไม่ยึดก็ได้ ปกติทางปฏิบัติจะยึดใบสั่งเก่าไว้ แต่จริงๆ ไม่มีประโยชน์อะไร ซึ่งใบสั่งใบหลังจะต้องระบุไว้ว่า ไม่ได้ยึดใบอนุญาตใบขับขี่ไว้ เมื่อไปถูกจับความผิดจราจรอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องนำตัวผู้ขับขี่รายนั้นไปส่งพนักงานสอบสวนเพื่อเปรียบเทียบปรับข้อหาไม่พกพาใบอนุญาตใบขับขี่ จะต้องเสียค่าปรับเพิ่มจากข้อหาเดิมอีก 300 บาท ข้อหาไม่มารายงานตัว ตาม ม.141(1) พ.ร.บ.จราจรทางบก และต้องไปเสียค่าปรับตามใบสั่งแรกมาก่อนด้วย ฉะนั้นการเอาใบสั่งวางโชว์หน้ารถหรือแสดงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกออกใบสั่งมาแล้ว ไม่ใช่เหตุผลให้ตำรวจยกเว้นการกระทำผิดกฎจราจรครั้งต่อไปได้