
"สนช."ชงครม.เสนอส่งเสริมใช้"โดรน"
"สนช."ชงครม.เสนอมาตรการส่งเสริมการใช้โดรนหุ่นยุนต์ เพื่อพัฒนาประเทศ ชี้ปท.มีแนวโน้มใช้งานเพิ่มมากขึ้น
24 พ.ค. 60 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติวันที่ 25 พ.ค.เวลา 10.00 น.จะพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการที่พิจารณาเสร็จแล้ว จำนวน 3 ฉบับ คือ รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง นโยบายส่งเสริมและสนับสนุนเทคโนโลยียานไร้คนขับ หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ ของคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สารสนเทศ และการสื่อสารมวลชน รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง เงื่อนไขหลักของความสำเร็จในการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี และรายงานพิจารณาศึกษา เรื่อง กระบวนการในการขับเคลื่อนแผนการพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2560-2564 )ของคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา
สำหรับรายงานที่น่าสนใจ คือ รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง นโยบายส่งเสริมและสนับสนุนเทคโนโลยียานไร้คนขับ หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ ของคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สารสนเทศ และการสื่อสารมวลชน ซึ่งปัจจุบันมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและมีการพัฒนาการด้านปัญญาประดิษฐ์ ที่รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว มีการนำระบบปัญญาเศรษฐกิจและระบบอัตโนมัติไปผนวกรวมและประยุกต์ใช้ย่างแพร่หลายในทุกอุปกรณ์รอบตัว เช่น รถยนต์ไร้คนขับเชิงพาณิชย์ เรือดำน้ำไร้คนขับ อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน ที่นำมาใช้งานได้หลากหลาย และมีแนวโน้มการใช้มากขึ้น เป็นต้น ซึ่งประเทศไทยมีการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ในกิจการเฉพาะ เช่น ความมั่นคงทางทหาร ด้านการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ ใช้ในภาคอุตสาหกรรม แต่ประเทศไทยยังขาดการรับรู้ เข้าใจ เพื่อเตรียมการให้ทันกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยและใช้ประโยชน์สูงสุด อีกทั้งการเฝ้าระวังและควบคุมการใช้เทคโนโลยีไปในทางที่ไม่ถูตกต้องและกระทบต่อความมั่นคง
คณะกรรมาธิการฯได้ศึกษาและมีผลสรุปว่า ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ให้อยู่ในระดับแนวหน้าได้ จึงมีข้อเสนอแนะ 6 ประการ ประกอบด้วย 1.ภาครัฐมีการกำหนดนโยบายและทิศทางที่ชัดเจนทั้งในระยะสั้นและระยะยาวในการส่งเสริมและสนับสนุนเทคโนโลยียานไร้คนขับ หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ 2.สร้างความตระหนักรู้ในสังคม ด้วยการให้องค์ความรู้กับผู้ที่กำหนดนโยบายหรืออกกฎมาย และให้ประชาชนเข้าใจถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีนี้พร้อมทั้งการการแข่งขันหรือการประกวดเพื่อเป็นการส่งเสริม 3.การจัดหลักสูตรการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ 4.เร่งดำเนินการปรับปรุงกฎหมายและการออกฎหมายเพื่อใช้ส่งเสริมและควบคุมการเทคโนโลยีนี้ อย่างไรก็ตามการบัญญัติกฎหมายเป็นเรื่องที่มีความละเอียดซับซ้อน ผู้ดำเนินการในส่วนนี้ควรเขียนผังงานหรือผังโครงการเพื่อพิจารณาว่ากฎหมายนี้ครอบคลุมตามที่ต้องการหรือไม่ 5.การพัฒนาโครงสร้างเพื่อการวิจัยและพัฒนา และ6.การจัดยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมและสนับสนุน เพื่อการดำเนินงานเป็นอย่างมีประสิทธิภาพ



