ข่าว

แก้รัฐธรรมนูญเพื่อตัวเองก็ขัดรัฐธรรมนูญ

แก้รัฐธรรมนูญเพื่อตัวเองก็ขัดรัฐธรรมนูญ

10 ก.ย. 2552

ความเคลื่อนไหวที่จะเปิดสภา 2 สภา เพื่อที่จะถกกันเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 16-17-18 กันยายนนี้ ไม่มีอะไรรับรองว่าจะนำไปสู่ความสมานฉันท์หรือข้อตกลงที่ประชาชนจะได้ประโยชน์อย่างจริงจัง

 คนที่คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เช่น พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บอกว่า ทั้งสิ้นทั้งปวงนั้นนักการเมืองต้องการจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของตนเสียส่วนใหญ่

 ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็คงจะทราบข้อกังวลนี้ของประชาชน เมื่อวันอังคารจึงได้ยกเอาคล้ายๆ กับกึ่งๆ ขู่ส.ส.ว่า ถ้าแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วเกิดประเด็นปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน คือไม่ได้แก้เพื่อประชาชนจริงๆ แต่แก้เพื่อตัวเอง ก็จะเข้าข่ายผิด มาตรา 122

 มาตรา 122 บอกว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใดๆ ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทย โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์

 คำว่า การขัดกันแห่งผลประโยชน์เป็นประเด็นใหญ่ ถ้าจับได้ว่านักการเมืองแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงเพื่อให้ตัวเองสามารถจะได้รับเลือกตั้งง่ายขึ้น หรือว่าจะทำสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ตนง่ายขึ้นละก็รับรองว่าประชาชนจับได้ทันที

 คุณอภิสิทธิ์ บอกว่า ได้พูดคุยกับ ส.ส.และ ส.ว.บางคนความคิดก็ยังหลากหลาย บางคนอยากจะให้บางประเด็นมีการทำประชามติ หรือทำกระบวนการของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร.

 เพราะฉะนั้น คุณอภิสิทธิ์ บอกว่า ความคิดเห็นยังหลากหลายมาก แต่บางเรื่องก็ค่อนข้างตรงกันหมดทุกฝ่าย เช่นกรณีมาตรา 190 ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ก็เห็นว่าน่าจะดำเนินการไปได้เพราะเป็นประโยชน์สำหรับการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ได้เป็นผลประโยชน์เฉพาะนักการเมืองหรือใครคนใดคนหนึ่ง

 พูดไปถึงมาตรา 265 กับ 266 นั้น คุณอภิสิทธิ์ ก็บอกว่าก็น่าจะเดินหน้าไปได้ เพราะเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของส.ส.และ ส.ว. ที่มุ่งไปที่การทำงานของส.ส.และ ส.ว. ที่ต้องสนองประชาชนได้มากที่สุด สำหรับบางเรื่องก็ต้องระมัดระวังโดยเฉพาะบางประเด็นที่แก้ไขอาจจะเข้าข่ายมาตรา 122 ซึ่งอย่างที่บอกว่าต้องไม่มีความขัดแย้งแห่งผลประโยชน์ เรื่องนี้วัดยากแต่ว่าจำเป็นจะต้องเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องให้ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางเช่นเดียวกัน

 ฉะนั้นหวังไม่ได้ว่าการเปิดสภาพิเศษ 16-18 กันยายน เพื่อจะถกเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น จะสรุปได้ว่าเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อสมานฉันท์อย่างที่คณะกรรมการสมานฉันท์แห่งชาติเสนอมา 6 ประเด็น รับรองได้ว่าจะมีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง และเป็นไปได้เช่นกันว่าจะยืดเยื้อยาวนาน

 ฉะนั้น ความหวังที่ว่า การเปิดประชุม 2 สภาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญจะนำไปสู่ความสมานฉันท์หรือข้อตกลงปรองดองแห่งชาตินั้น ยังหวังไม่ได้ เพียงแต่หวังว่าจะรู้ว่าประเด็นที่ต้องการถกเถียงนั้นคืออะไร จะได้รู้ว่านักการเมืองต้องการแก้ไขอะไร จะได้จับได้คาหนังคาเขาว่า ส.ส., ส.ว. จะแก้เพื่อผลประโยชน์แห่งกลุ่ม และพรรคพวกตัวเองไปขนาดไหน ต้องจับตา

 คนที่คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องรวมตัวกันให้แข็งขัน และตั้งประเด็นคำถามผ่านสื่อมวลชน ผ่านกลุ่มคนที่มีสิทธิ์มีเสียงเพื่อไม่ให้นักการเมืองเล่นแร่แปรธาตุเพื่อประโยชน์ของตัวเองอย่างที่เราหวั่นเกรงกัน

สุทธิชัย หยุ่น