ข่าว

"สุวพันธุ์"ยันไม่ขัดแย้ง"ชาญเชาวน์"

"สุวพันธุ์"ยันไม่ขัดแย้ง"ชาญเชาวน์"

24 พ.ค. 2560

ยันไม่ได้ปลด"ชาญเชาวน์"กลางอากาศ เผยคุยเรื่องย้ายก่อนบินไปราชการต่างประเทศ ชี้"รองฯวิษณุ"ต้องการได้ตัวไปช่วยงาน

          24 พ.ค.60 อาคารอิมแพคฟอรัม นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณี การโยกย้ายตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรมให้นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน มารับตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม แทนนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ที่ให้ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษ สำนักนายกรัฐมนตรี ว่า การย้ายครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการ ปลดกลางอากาศ ตนได้พูดคุยและแจ้งประเด็นนี้กับนายชาญเชาวน์ก่อนที่จะเดินทางไปราชการต่างประเทศ และนายชาญเชาวน์ก็รับทราบในประเด็นนี้ดีแล้ว

          รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า รวมถึงกระทรวงยุติธรรมก็ได้พูดคุยหารือกับสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีเป้าหมายที่ต้องการทำร่วมกันใน 4 เรื่อง คือ การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม , การปฏิรูปกฎหมาย , การปฎิรูปหน่วยงานตำรวจ  และการขับเคลื่อนการอำนวยความยุติธรรมสู่ประชาชน ทั้งสองหน่วยงานเห็นตรงกัน โดยสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องการ นายชาญเชาวน์ เข้าไปร่วมในการขับเคลื่อนใน 3 ประเด็นแรก เพราะนายชาญเชาวน์เป็นที่มีความรู้ครามสามารถ จึงนำมาซึ่งการสับเปลี่ยนตำแหน่งในครั้งนี้  ซึ่งนายชาญเชาวน์ก็เข้าใจ และยินดีเข้าไปช่วยงาน 
          "ยืนยันว่า ไม่มีมีความขัดแย้ง ไม่มีปัญหา ทุกคนเข้าใจกันดี ส่วนกระแสข่าวก่อนหน้านี้ที่กระทรวงยุติธรรมถังแตก ต้องเลิกจ้างลูกจ้างชั่วคราวและลูกจ้างเหมาบริการ 2,000 อัตรา กระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลซึ่งอาจเป็นประเด็นที่นำมาสู่การโยกย้าย ตรงนั้นเป็นปัญหาเรื่องการบริหารจัดการที่เราสามารถจัดการได้อยู่แล้ว ประเด็นคือทำยังไงให้ขับเคลื่อนงานของกระทรวงได้" นายสุวพันธุ์ กล่าว
          ส่วนการปฎิรูปตำรวจ ที่ให้เข้ามาอยู่ในสังกัดกระทรวงยุติธรรมนั้น นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า วานนี้(24 พ.ค.) นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไปตั้งคณะกรรมการชุดใหญ่ ในการทำงานเรื่องนี้เพียงชุดเดียว  โดยจะนำความเห็นจากสภานิติบัญญัติ และขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ไปประกอบการพิจารณา ซึ่งนายชาญเชาวน์เข้าไปเป็นคณะทำงานในเรื่องนี้ด้วย  อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้สังคงมีความเห็นที่หลากหลายจากหลายภาคส่วน

          รมว.ยุติธรรม กล่าวต่อว่า สำหรับข้อเสนอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาสังกัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งก็เป็นข้อเสนอที่เกิดขึ้นใหม่ของสปท. โดยกระทรวงยุติธรรมจะศึกษาปัญหา และความเป็นไปได้จากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำผลการศึกษาไปเสนอต่อคณะกรรมการชุดนี้ ส่วนการตัดสินใจจะออกมาในรูปแบบไหน คงไม่ใช่ขึ้นอยู่กับกระทรวงฯต้องให้คณะกรรมการพิจารณาเห็นชอบในท้ายที่สุด.