
วิษณุ ฮึ่ม ทุกกระทรวง
""วิษณุ" เป่ากระหม่อม "ขรก." เคร่งครัด ตาม "ม.77" ก่อนออกกม.
24 พ.ค.60-"วิษณุ" เป่ากระหม่อม "ขรก." เคร่งครัด ตาม "ม.77" ก่อนออกกม. ชี้ ถ้าตอบถึงความจำเป็นไม่ได้ ตีกลับแน่ เล็ง ตั้งคนรับผิดชอบประจำกระทรวง ให้มีสังกัดชัดเจน
ที่สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดีรังสิต นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนา เรื่อง “แนวทางการดำเนินการตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย” จัดโดยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี โดยมีตัวแทนข้าราชการจากทุกกระทรวงเข้ารับฟัง
นายวิษณุ กล่าวว่า มาตารา 77 อาจเป็นของใหม่ในรัฐธรรมนูญ แต่ก่อนหน้านี้แต่ละหน่วยงานมีการปฎิบัติเกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็นก่อนออกกฎหมายอยู่แล้ว แต่ไม่เป็นระบบ เมื่อมาอยู่ในรัฐธรรมนูญจะกลายเป็นระบบที่ทุกหน่วยงานต้องดำเนินการเช่นเดียวกัน และในมาตรา 77 วรรค 1 หน่วยงานรัฐพึงออกกฎหมายเท่าที่จำเป็น และให้พิจารณาทบทวน ยกเลิก หรือแก้ไข กฎหมายค้างเก่าที่ล้าสมัย รวมถึงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพและเป็นภาระประชาชน นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ประชาชนเข้าถึงกฎหมายต่างๆโดยสะดวก สามารถดูได้ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา และกระทรวงต่างๆ สามารถลงรายละเอียดในเว็บไซต์ตัวเองได้
นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนวรรค 2 ระบุว่าเมื่อต้องออกกฎหมาย ต้องฟังความเห็นผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงประชาชนทั้งประเทศ แต่ไม่ได้ให้ทำประชาพิจารณ์หรือประชามติ เพราะยังมีวิธีอื่น เช่น เชิญผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมสอบถาม ทำผ่านเว็บไซต์ ในระยะเวลาที่เหมาะสมให้มีการตอบโต้กลับมา อีกทั้งต้องวิเคราะห์ผลกระทบของกฎหมาย ศึกษาวิเคราะห์ให้รอบด้าน อย่างไรก็ตาม การเสนอร่างกฎหมายให้รัฐบาลหลังจากนี้จำเป็นต้องมีเอกสารประกอบ 3 อย่างด้วยกัน คือ 1.ส่วนที่ระบุความจำเป็นในการออกกฎหมายตามแบบฟอร์มของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี 2.รายงานการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และ3.บทวิเคราะห์ผลกระทบทุกด้าน ซึ่งเอกสารทั้งหมดนี้ต้องส่งให้หน่วยงานที่มีหน้าที่พิจารณาร่างกฎหมายทั้งกฤษฎีกา ครม. และ สภา ถ้าหน่วยงานเจ้าของร่างกฎหมายบอกถึงเหตุผลความจำเป็นที่ต้องออกกฎหมายไม่ได้จะถูกตีกลับ
นายวิษณุ กล่าวว่า ในวรรค 3 เป็นเรื่องเนื้อหาของกฎหมาย พ.ร.บ.ทุกฉบับต้องตอบคำถามสำคัญ 5 ข้อให้ได้ คือ 1.ระบบกรรมการพิจารณากฎหมายให้มีเท่าที่จำเป็น ไม่เช่นนั้นจะล่าช้าและเปิดช่องให้ทุจริตเรียกเงินใต้โต๊ะได้ 2.ระบบอนุญาตให้มีเท่าที่จำเป็น เนื่องจากมีวิธีเขียนกฎหมายที่ไม่ต้องขออนุญาตแต่รัฐยังสามารถควบคุมได้ 3.ต้องกำหนดหลักเกณฑ์ในการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ให้ชัดเจน 4.กำหนดกรอบเวลาในการดำเนินการแต่ละขั้นตอนให้ชัด และ
5.พึงกำหนดโทษอาญาเท่าที่จำเป็น ทั้งนี้ สิ่งที่เห็นว่าไม่จำเป็นต้องทำตามมาตรา 77 อย่างเคร่งครัดคือการออกกฎหมายตามมาตรา 44 การออก พ.ร.ก.ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน และพ.ร.บ.ที่เป็นความลับเช่นเรื่องขึ้นภาษี ความมั่นคง เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม นายวิษณุ ได้กล่าวในตอนท้ายว่า ขอให้เจ้าหน้าที่เอาใจใส่โดยจะปล่อยให้ทดลองไปซักระยะ ก่อนจะกำหนดให้มีผู้รับผิดชอบหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงว่าเป็นใคร เพื่อให้กลไกตามมาตรา 77 เกิดความชัดเจน และต่อไปอาจให้มีหน่วยงานให้คนกลุ่มนี้สังกัดด้วย



