ข่าว

"บิ๊กตู่"ชี้ บึ้ม รพ. "ไม่เลวจริงทำไม่ได้..!! "

"บิ๊กตู่"ชี้ บึ้ม รพ. "ไม่เลวจริงทำไม่ได้..!! "

23 พ.ค. 2560

“นายกฯ”ประชดอยากรู้บึมรพ.ทำไมให้ไปถามคนร้ายเอาเอง สั่งฝ่ายมั่นคงเร่งควานหามือบึ้มให้ได้ ขันน็อตระบบรปภ.ตรวจวงจรปิด โวยอย่าบิดเบือนไม่มีรัฐบาลบ้าที่ไหนคิดทำเอง


          23 พ.ค. 60 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กล่าวถึงกรณีเหตุวางระเบิดรพ.พระมงกุฎเกล้าเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถ้าถามตนว่าคนร้ายมีวัตถุประสงค์ใดก็ไปถามคนร้ายก็แล้วกัน ตนตอบแทนเขาไม่ได้ ถ้าถามว่ามีความยึดโยงครบรอบ 3 ปีคสช.หรือไม่ ตนคิดว่าไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ก็ขึ้นกับการสอบสวนของตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

            "อย่าถือเป็นการท้าทายลองของกันเลย"นายกฯ กล่าว 

           ส่วนการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในรพ.พระมงกุฎเกล้า นายกฯ กล่าวว่า ได้สั่งการเพิ่มเติมกับฝ่ายความมั่นคงไปแล้วให้ตรวจสอบโดยเร็ว ตนกังวลอยู่ว่าอาจจะมีปัญหาอยู่บ้างเพราะเป็นการติดตั้งกล้องในพื้นที่สาธารณะของโรงพยาบาล ซึ่งความเข้มงวดอาจมีน้อยเนื่องจากไม่มีใครคิดว่าไม่มีใครจะทำให้เกิดเหตุการณ์ในพื้นที่เหล่านี้ ในโลกใบนี้ไม่มีใครทำจริงๆคนที่ทำตนถือว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง และเป็นการกระทำในสิ่งที่ให้อภัยไม่ได้ ซึ่งคงต้องมีการเร่งรัดดำเนินการส่วนจะได้ตัวคนร้ายหรือไม่อย่างไรต้องใช้ทุกวิถีทางในการสืบสวนสอบสวน และคงต้องไปตรวจสอบดูมาตรฐาน หรือการติดตั้งกล้องภาพรวมว่าเหมาะสมเพียงใด ปัญหาคือกล้องบางตัว บางพื้นที่ติดมาเป็นเวลานาน ซึ่งรัฐบาลได้พยายามปรับปรุงแก้ไขในเรื่องขีดความสามารถและสมรรถนะของกล้องให้ดีขึ้น แต่จำเป็นต้องใช้งบฯจำนวนงานมากซึ่งจะทยอยดำเนินการ
          “วันนี้พรุ่งนี้มะรืนอาจจะยังไม่ได้มันต้องสักวันก็ต้องเร่งดำเนินการให้ได้ก็แล้วกัน บางอย่างมันเร่งรัดไม่ได้มากนัก ผมถึงบอกให้มีการทบทวนดูในพื้นที่สาธารณะที่ไม่ใช่โรงพยาบาลอย่างเดียว และการเกิดเหตุทำนองนี้เมื่อปี2553ก็เคยเกิด ต้องดูว่ามีความเกี่ยวพันเชื่อมโยงกันหรือไม่อยากให้สื่อคิดวิเคราะห์ด้วย สิ่งสำคัญทำไมคนถึงทำให้คิดแบบนี้ ใจร้ายไม่คำนึงถึงประชาชนผู้บริสุทธิ์และทรัพย์สิน คนเจ็บป่วยก็ทุกข์ทรมานอยู่แล้วยังทำเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาอีก เพื่อหวังผลอะไรก็แล้วแต่ต้องสืบสวนให้ได้"

          "อย่าให้ไปบิดเบือนว่ารัฐบาลเป็นคนทำเอง ไม่มีรัฐบาลบ้าที่ไหนทำแบบนั้นหรอก เว้นแต่คนที่อยากเป็นรัฐบาลแล้วคิดจะทำ ผมไม่เคยคิดแบบนั้น ดังนั้นต้องดูว่าเราแก้ปัญหาอย่างไรให้กับประเทศชาติในเวลานี้อยากให้ย้อนกลับไปดูปัญหาที่ยังไม่เรียบร้อยสมบูรณ์เหล่านี้ที่เราทำที่ผ่านมาเคยมีใครทำหรือไม่ แก้ปัญหาประชาชนอย่างครบวงจรวันนี้เราทำทุกอย่าง”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเรามีการประเมินอย่างต่อเนื่อง บางอย่างเป็นการประเมินจากฝ่ายความมั่นคงก็ไม่อยากให้ไปโทษใคร การข่าวก็มีอยู่ว่ามีคนที่พร้อมจะเคลื่อนไหว ทั้งทางด้านการก่อเหตุร้าย ทั้งทางด้านผลประโยชน์ส่วนตัว ทางการเมืองมันเกิดขึ้นทุกพื้นที่ เรื่องการข่าวกรองก็มีการคาดว่าจะเกิดที่โน่นที่นี่ตามลำดับ ซึ่งการข่าวกรองต้องเป็นอย่างนั้น ถ้าไม่เช่นนั้นก็ต้องใช้สายลับไปอยู่ในส่วนต่างๆจะได้รู้ว่าทำที่ไหนอย่างไรและมีการคาดการณ์แต่ตรงไหนที่ชัดเจนว่าจะเกิดแน่นอนก็อยู่ที่การเข้าถึงกระบวนการเราพยายามทำตรงนี้อยู่ เราก็คาดการณ์มาตลอดเวลา

          "แต่ทุกคนคาดการณ์หรือไม่ว่าจะเกิดขึ้นในโรงพยาบาล มีใครคิดไหม คงไม่มี แต่คนเลวคิดอะไรก็ได้ที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อรัฐบาลหรือเปล่า ตนไม่แน่ใจตรงนี้ ตนไม่ได้มุ่งประเด็นนี้แต่ก็เป็นประเด็นหนึ่งว่าทำไมมาเกิดในวันที่ 22 พ.ค.เกิดในโรงพยาบาลที่เป็นโรงพยาบาลทหารและทำร้ายประชาชน นั่นคือสิ่งสำคัญที่ต้องนำมาวิเคราะห์ แต่ถึงแม้จะไม่ชอบทหารก็อย่าลืมว่าทุกคนเป็นคนไทยทั้งหมด ใครก็ตามที่หวังผลทางการเมืองและทำแบบนี้คนเหล่านี้ก็จะถูกลงโทษโดยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ โดยประชาชนนั้นเองศักดิ์สิทธิ์ที่สุดที่จะให้ใครเข้ามาในวันข้างหน้า"
          ผู้สื่อข่าวถามถึงการก่อเหตุหน้าห้องรับรอง“วงษ์สุวรรณ”ซึ่งเป็นนามสกุลของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหมเป็นการส่งสัญญาณท้าทายรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อย่าถือเป็นการท้าทาย ใช้คำว่าโจมตีก็ไม่ได้เพราะไม่ได้รบกัน ท้าทายอย่างไรตนก็ไม่สู้เพราะตนต้องใช้กฎหมาย และทำงานให้ดีที่สุด แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนก่อเหตุร้าย

          "เป็นเรื่องของคนเลวที่ทำเรื่องเหล่านี้ ถ้าไม่เลวจริงๆทำไม่ได้หรอก ใจร้ายไม่พอหรอกคนเหล่านี้ใจร้ายพอที่จะฆ่าใครก็ได้ เห็นแก่ตัวอย่างร้ายแรงหวังผลให้เกิดการบาดเจ็บและสูญเสีย ทำให้เกิดความวุ่นวายสบสนแก่ชีวิตพวกเราทั้งสิ้น ซึ่งมีในทุกๆที่และทุกประเทศ เราจึงต้องช่วยกันลดและสร้างความร่วมมือกันให้ได้"
          เมื่อถามถึงการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ทำเนียบรัฐบาลและสถานที่ราชการอื่นๆ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราก็เพิ่มความเข้มงวดไปทุกระดับเกิดเหตุขึ้นมาเราก็เพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น แต่คนเดือดร้อนคือประชาชนที่ไปติดต่อราชการเพราะต้องถูกเข้มงวดทุกพื้นที่ที่มีความเสี่ยงทั้งสถานที่ราชการ เขตพระราชฐาน ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ทำเนียบรัฐบาล กองบัญชาการกองทัพบก กองทัพภาค และกระทรวงทบวงกรม ตนได้เน้นย้ำในที่ประชุมครม.ไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบางทีก็จ้างมาเป็นพนักงานลูกจ้างวันนี้ต้องเข้มงวดมากขึ้น
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า เรื่องความรุนแรงอย่าไปขยายความมากนัก ตนเห็นเมื่อวันก่อนมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในการแสดงที่ต่างประเทศมีการบาดเจ็บสูญเสีย เป็นข่าววูบเดียวก็หายไป แต่ประเทศเราซ้ำแล้วซ้ำอีกระเบิดซ้ำแล้วซ้ำอีก มันก็ไม่ดี เสนอข่าวจำเป็นก็เสนอไปเถอะตนไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่มันจะมีผลกระทบอย่างอื่นหรือเปล่า เพราะวันนี้เราต้องการความเชื่อมั่นการค้า การลงทุน การประกอบการ การใช้จ่ายของประชาชนถ้าขาดความไม่เชื่อมั่นด้วยความไม่ปลอดภัยไปแล้วจะเกิดขึ้นตามมา ขอร้องเถอะให้คิดแบบตนจะได้ไปด้วยกันได้

           "ขอยืนยันว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ผมจะแก้ปัญหาทำงานให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ในขีดความสามารถที่ทุ่มเทให้มากที่สุด ร่วมกับทุกคนในคสช.-ครม. และต้องฝากส่วนราชการทุกคนด้วยซึ่งส่วนใหญ่เข้าใจอยู่แล้ว"
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนเห็นข่าวในหลายประเทศที่มีกรณีระเบิดคล้ายๆเรา แต่เป็นคนละรูปแบบจุดประสงค์คนละอย่างกัน ซึ่งหลายประเทศมีปัญหาเศรษฐกิจ มีการรัดเข็มขัดลดรายจ่าย และมีการประท้วงกันมากมาย แต่ของเรายังไม่ถึงขนาดนั้น ตนคิดว่าวันนี้เราต้องมาใคร่ครวญกันให้ดีว่าเราอยู่ในระดับไหนที่รัฐบาลต้องช่วยมากน้อยแค่ไหน เพราะเราไม่ได้เป็นประเทศรายได้สูงที่จะมีเพียงให้ได้ทุกอย่าง 
          อย่างไรก็ตาม ครบรอบ 3 ปีก็ไม่อยากให้ความสำคัญมากนักหากเราให้ความสำคัญกับการครบรอบ 3 ปีก็จะมีผลกระทบกับการทำงานอื่นๆด้วย เพราะอย่างไรเราก็อยู่ตามที่กำหนดไว้ตามกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ แต่คสช.-รัฐบาลต้องขอบคุณประชาชนส่วนใหญ่ที่ให้เวลาโอกาสในการทำงานที่ผ่านมาจนครบรอบ 3 ปีและเป็นไปได้ด้วยดี หลายอย่างที่แก้ไขได้ และที่ยังแก้ไขไม่ได้ปัญหาที่สลับซับซ้อนก็ต้องใช้เวลาที่มีอยู่ดำเนินการแก้ให้เป็นผลสำเร็จให้ได้ อย่างน้อยก็เริ่มต้นได้ บางอย่างที่จะให้เกิดความยั่งยืนก็ต้องใช้เวลานาน ต้องขอบคุณในการสนับสนุนรัฐบาลและคสช.เพราะจะเห็นว่าปัญหาต่างๆมีอยู่อีกมากมาย ใช้เวลามา 3 ปีแก้ได้ระดับหนึ่ง