ข่าว

กรมทางหลวงลุยหว่านงบซ่อมทางเซ็นสัญญางวดแรก6พันล้าน

กรมทางหลวงลุยหว่านงบซ่อมทางเซ็นสัญญางวดแรก6พันล้าน

10 ก.ย. 2552

"กรณ์"ยันเม็ดเงินไทยเข้มแข็งหนุนเศรษฐกิจขยายตัวได้แน่ รับตัวแปรอยู่ที่การเมืองและปัญหาคอรัปชั่น กำชับทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส กรมทางหลวงเซ็นสัญญาซ่อมบำรุงทางรอบแรก 462 โครงการ วงเงิน 6,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือกว่า 3,000 ล้านบาทเรียบร้อยในเดือน ก.ย.นี้ คาดเบ

 นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากนี้รัฐบาลจะมุ่งเน้นมาตรการระยะกลางและระยะยาว เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยจะไม่ใช่มาตรการกระตุ้นระยะสั้น หรือกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนเหมือนช่วงต้นปี ซึ่งเชื่อมั่นว่าการลงทุนตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เพราะได้คำนึงถึงความพร้อมของโครงการลงทุน และน่าจะเบิกจ่ายงบได้จริงในปี 2552-2553 อย่างน้อย 85% ของวงเงินลงทุน 3 แสนล้านบาท

 "เป็นไปไม่ได้ที่การลงทุนไทยเข้มแข็งจะไม่ส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัว แต่ยอมรับยังมีตัวแปรสำคัญจากเสถียรภาพการเมืองไทย ที่จะมีผลให้รัฐบาลทำงานได้หรือไม่ได้ และส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน" นายกรณ์กล่าวและว่า นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื้อรังจากการคอรัปชั่นที่อาจทำให้เม็ดเงินลงทุนรั่วไหล ซึ่งเป็นเช่นนี้ตลอดมา รัฐบาลจึงจำเป็นต้องมีกระบวนการตรวจสอบทั้งต่อการเบิกจ่ายและขั้นตอนการดำเนินงานให้มีความโปร่งใส 

 ขณะที่เมื่อวันที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมา กรมทางหลวงได้ลงนามร่วมกับผู้รับเหมาก่อสร้างซ่อมบำรุงทางพร้อมกันทั่วประเทศ ภายใต้การใช้จ่ายของแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง โดยนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า กรมทางหลวงได้รับการจัดสรรงบประมาณ ในปีงบประมาณ 2552 จำนวน 12,500 ล้านบาท แบ่งเป็นงานบำรุงรักษาทางหลวง 10,500 ล้านบาท งานบำรุงถนนผ่านชุมชนและถนนในแหล่งท่องเที่ยว 1,500 ล้านบาท และงานอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัย 500 ล้านบาท

 ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้ลงนามสัญญางานจ้างบำรุงทางหลวง ในส่วนของโครงการที่มีความพร้อมทั่วประเทศ ครั้งที่ 1 จำนวน 462 โครงการ วงเงินประมาณ 6,120 ล้านบาท ที่เหลือจำนวน 335 โครงการ วงเงินประมาณ 3,932 ล้านบาท จะทยอยลงนามสัญญาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายนนี้ และจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 4-6 เดือน

 “หลังจากลงนามสัญญาในเดือนกันยายนนี้ ผู้รับเหมาก่อสร้าง ก็จะจัดส่งรายละเอียด แผนงานมาให้กรมพิจารณาและจะเบิกจ่ายเงินงวดแรกประมาณ 15% ของมูลค่าโครงการ หรือคิดเป็นเงินประมาณ 1,875 ล้านบาท ภายในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งจะเริ่มมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจทันที มั่นใจว่าการเบิกจ่ายงบประมาณจะเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้” นายสุพจน์กล่าว