ข่าว

เครือข่ายผู้ปกครองลำปางร้อง'ลุงตู่'ยกเลิกยืมหนังสือเรียน

เครือข่ายผู้ปกครองลำปางร้อง'ลุงตู่'ยกเลิกยืมหนังสือเรียน

23 พ.ค. 2560

เครือข่ายผู้ปกครองจังหวัดลำปาง รุกฮือ ร้อง'ลุงตู่'ยกเลิกยืมหนังสือเรียน ชี้สร้างความไม่เท่าเทียมกัน เน้น อยากทำจริงควรทำประชาพิจารณ์ 45  ล้านคน ก่อน


          วันนี้ 23  พ.ค. 2560 เวลา 10.00 น. ที่ศาลาว่าการจังหวัดลำปาง นำโดย นายธนวุฒิ(เต่านินจา)  สุขยิ่ง      ประธานเครือข่ายผู้ปกครองจังหวัดลำปางและ ตัวแทนผู้ปกครองนักเรียน  ยื่นหนังสือ ต่อ นายสุวัฒน์  พรมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ในฐานะประธานคณะกรรมการ ศึกษาธิการจังหวัดลำปาง ผ่านไปยัง  พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เรื่อง  ขอให้ยกเลิกหรือทบทวนนโยบายให้ยืมหนังสือเรียนของ นายแพทย์ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพราะงบนี้เป็นงบเรียน (ฟรี) 15 ปี ไม่ใช่งบยืมเรียน 15 ปี  ถ้าเป็นไปได้จะฝืนทำต่อหรือ อยากทำจริงๆ ควรทำประชาพิจารณ์กับ นักเรียน 15 ล้านคน  ผู้ปกครอง 30 ล้านคน และครู กว่า 5 แสนคน ถ้าประชาชนเห็นด้วยเกินครึ่งหนึ่ง ก็ทำได้เลย จะไม่ขัดข้อง หรือ แย้งอีก
          ด้วยเครือข่ายผู้ปกครองนักเรียนจังหวัดลำปาง ได้ทราบว่าทาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  มีนโยบาย ให้ยืมหนังสือเรียน ปีการศึกษา 2560 นั้น ทางเครือข่ายผู้ปกครองนักเรียนจังหวัดลำปางไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง และควรยกเลิกนโยบายดังกล่าวกลับไปใช้แบบแจกฟรีทุกคนเหมือนเดิม ซึ่งมีเหตุผลข้อดีข้อเสียประกอบ ดังนี้ 
        ข้อเสียของการยืมหนังสือเรียน คือ 
       1. เกิดความเหลื่อมล้ำและแบ่งชนชั้นในสถานศึกษา ว่านักเรียนบางคนได้หนังสือใหม่ นักเรียน
บางคนได้หนังสือเก่า  ซึ่งเกิดความไม่เท่าเทียมกันระหว่างตัวนักเรียน และจะเกิดเป็นความกดดันไปยังผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่หาเช้ากินค่ำ  ฐานะไม่ดี ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศกว่า 50 ล้านคน
      2. หนังสือเก่า คุณภาพดีไม่มาก ชำรุดง่าย เป็นแหล่งเก็บเชื้อโรค เชื้อรา ที่ติดมาตามหนังสือ ซึ่งผู้ใช้ถัดไปไม่สามารถรู้ได้ว่าจะติดเชื้อโรคหรือไม่ 
       3. ผู้บริหาร ครู จะต้องเสียเวลาทำการสอนนักเรียนไปในการจัดทำทะเบียนหนังสือเก่า นักเรียนที่คืนหนังสือ และ นักเรียนที่ไม่คืนหนังสือ อีกทั้งนักเรียนที่คืนกับไม่คืน จะต้องกำหนดบทลงโทษหรือไม่อย่างไร 
      4. โรงเรียนจะต้องมีภาระสร้างโกดังเก็บหนังสือเก่า หนังสือจะกลายเป็นครุภัณฑ์ ซึ่ง ถ้าโรงเรียนหนึ่งมีนักเรียนต่อปีการศึกษา 3,000 คน คืนหนังสือ 2,400 คน เฉพาะแบบเรียน 8 กลุ่มสาระ รวม 19,200 เล่ม น้ำหนัก 3,840 กิโลกรัม 3.84 ตัน 92.16 ลูกบาศก์เมตร จะใช้โกดังเก็บ คือ 1 ห้องเรียน นั่นหมายถึงหนังสืออัดแน่นมาก จะเสียหาย ถ้าไม่ให้เสียหายจะต้องจัดเก็บแบบมีชั้นเรียงเป็นกลุ่มแยกกัน จะใช้พื้นที่ กว่า 4 ห้องเรียน ในการเก็บหนังสือ พร้อมดำเนินการ   ฆ่าเชื้อเพื่อไม่ให้ผู้ใช้ถัดไปติดโรค ยังไม่รวมงบประมาณในการซ่อมหนังสือเรียน ถ้าใน 1 ปีการศึกษา ทั้งประเทศ  มีการคืนหนังสือ 80 % ของ 15 ช่วงชั้น 15 ระดับ จำนวน 12 ล้านคน 96 ล้านเล่ม ต้องใช้พื้นที่เก็บ 460,800 ลูกบาศก์เมตร เท่ากับโกดังเก็บข้าวเปลือก   กว้าง 100 เมตร ยาว 100 เมตร สูง 6 เมตร ประมาณ 8 โกดังขนาดใหญ่แบบอัดแน่น ถ้าแบบหลวมๆ ประมาณ 32 โกดัง ขนาดใหญ่
         5. นักเรียนไม่สามารถ จด ทด บันทึก ตามความเข้าใจของตนเองหลังจากเรียนเสร็จได้ เพราะต้องคืนในช่วงสิ้นปีการศึกษาหรือสอบเสร็จ อีกทั้งเมื่อมีการทดสอบความรู้ สอบแข่งขัน ทุกรายการ ซึ่งเนื้อหากินหลายช่วงชั้นปี ไม่น้อยกว่า 3 ปี นักเรียนจะไม่มีหนังสือ ที่เป็นเนื้อหา พร้อมข้อคอมเม้นท์ของตนเองในการจดบันทึกช่วยจำในลายมือของตนเอง ที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย ถ้าเป็นลายมือผู้อื่นจะอ่านลำบาก 
         6. นักเรียนจะไม่มีความภูมิใจในความเป็นเจ้าของความรู้ของตนเองเลย จะต้องนึกถึงจิตใจเด็กเป็นสำคัญ ว่าความรู้สึกเป็นอย่างไร 
          7.หนังสือมีการปรับปรุงเนื้อหาทุกปี อัพเดทเหตุการณ์ปัจจุบัน เปลี่ยนโจทย์ทุกปี จะทำให้นักเรียนผู้ได้หนังสือเก่าเนื้อหา โจทย์ตัวอย่าง ไม่ตรงกับหนังสือใหม่ ทำให้ครูอาจารย์ทำงานสอนยากขึ้นและเกิดความวุ่นวาย
          ข้อดีของการยืมหนังสือเรียน  คือ
          1. ประหยัดงบประมาณที่มองเห็น แต่จะเสียค่าบริหารจัดการให้กับทางผู้บริหารสถานศึกษา คุณครู  ไปทบทวนเนื้อหาเพื่อทำการเรียนการสอนให้ดีขึ้น อีกทั้งถ้าจะต้องคิดค่าเสียเวลา ในการลบเนื้อหาที่คนเก่าเคยจดไปแล้ว มีโอกาสเสี่ยงกับเชื้อโรค นักเรียนเสียกำลังใจที่ต้องเรียนหนังสือเก่า ขาดความกระตือรือร้น ค่าเสียโอกาสของอนาคตชาติ ดูแล้วไม่คุ้ม 
          2. นักเรียนจะมีวินัยมากขึ้น  ถ้าจะฝึกวินัยนักเรียน 15 ล้านคน ต้องอย่าลืมว่านักเรียนส่วนใหญ่ไม่ใช่นักเรียนเตรียมทหาร ไม่ได้ผ่านการฝึกมาอย่างเข้มงวด ถ้าจะฝึกวินัยนักเรียน 15 ล้านคน ให้มีระเบียบวินัยจนเก็บรักษาหนังสือให้ดีตลอดคงต้องจัดงบประมาณฝึกวินัย อบรม นักเรียนมากกว่าค่าหนังสือที่ประหยัดอีกหลายเท่าตัว 
         3. เอางบที่เหลือจากการประหยัดไปจัดซื้อสื่อประเภทอื่นเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน ถามว่า ถ้าประหยัดไป 2,000 ล้านบาท แล้วเอาไปซื้อสื่อ หรือ อุปกรณ์การศึกษา เนื้องานจริงๆมีแค่ 30% ของงบประมาณที่ประหยัดมา ได้ประมาณ 600 ล้านบาท แล้วนำ 600 ล้านบาท ไปหารเฉลี่ยนักเรียน 15 ล้านคน ตกคนละ 40 บาท มันคุ้มไหมที่นักเรียนต้องเสียความรู้สึก มีอุปสรรคในการหาความรู้ก็เสียหลายส่วน ครู ผู้บริหารเสียอีกส่วนหนึ่ง เพื่อได้อีกส่วนหนึ่ง มันคุ้มไหม ดังนั้น
           เครือข่ายผู้ปกครองนักเรียนจังหวัดลำปาง เห็นว่านโยบาย อาจจะขัดทั้ง กฎหมายรัฐธรรรมนูญ  แห่งราชอาณาจักร พ.ศ. 2550 มาตรา 49 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 54 พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และ อาจจะขัด คำสั่ง คสช. ที่ 28/2559 เรื่อง ให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย (ไม่มีคำว่า ยืมเรียน) เหตุผลทั้งหมดนี้    จึงเรียนมายัง ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ในฐานะ ประธานคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดลำปาง ผ่านไปยัง  พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้เร่งดำเนินการดังนี้

         'ขอให้ยกเลิกหรือ ทบทวนนโยบายให้ยืมหนังสือเรียน ของ นายแพทย์ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  เพราะงบนี้เป็นงบเรียน (ฟรี) 15 ปี ไม่ใช่ยืมเรียน. ถ้าหากอยากทำจริงๆควรทำประชาพิจารณ์กับผู้เกี่ยวข้อง กว่า 45 ล้านคน ก่อน ออกนโยบาย ถ้าผ่านเกินกึ่งหนึ่ง จะไม่ค้านต่อไป'