ข่าว

'สสจ.กาฬสินธุ์'ระดม อสม.รับมือ'โรคพิษสุนัขบ้า'

'สสจ.กาฬสินธุ์'ระดม อสม.รับมือ'โรคพิษสุนัขบ้า'

23 พ.ค. 2560

กาฬสินธุ์พบซากสัตว์ติดเชื้อพิษสุนัขบ้ากว่า 50 หัวใน 4 อำเภอตั้งทีมรับมือ

 


               นายแพทย์สาธารณสุข ตั้งทีมแพทย์ พยาบาล และระดม อสม.รับมือสถานการณ์การระบาดโรคพิษสุนัขบ้าใน 4 อำเภอ พื้นที่เสี่ยงการระบาดโรคพิษสุนัขบ้า หลังพบหัวสัตว์ติดเชื้อมากกว่า 50 หัว ตั้งเป้า อสม.เร่งเผยแพร่คาถาป้องกัน 5 ย.
               เมื่อวันที่ 23 พ.ค.60 ที่ห้องประชุมประชาสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ นายแพทย์พีระ อารีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ เปิดการประชุมซ้อมแผนการขับเคลื่อนแผนเผชิญเหตุรองรับการปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข เพื่อตอบโต้สถานการณ์การระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า จ.กาฬสินธุ์ เนื่องจาก อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.ยางตลาด อ.ซ้องชัย และ อ.กมลาไสย เป็นพื้นที่เสี่ยงโรคพิษสุนัขบ้า หลังมีการตรวจพบหัวสัตว์ หรือการติดเชื้อตั้งแต่ปี พ.ศ.2559-2560 ทั้งหมด 50 หัว โดยมีสาธารณสุขอำเภอ เจ้าหน้าที่สาธารณตำบล และแกนนำ อสม.ร่วมวางแผนรับมือ
               นายแพทย์พีระ กล่าวว่า จ.กาฬสินธุ์ ปลอดจากการระบาดโรคพิษสุนัขบ้ามานานกว่า 20 ปี แต่ในปี 2559 สำนักระบาดวิทยาได้จัดให้เป็นพื้นที่เสี่ยงของการระบาดโรคพิษสุนัขบ้า ที่มีการตรวจพบหัวสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมติดเชื้อมากกว่า 50 หัว ซึ่งภารกิจของสำนักวิชาการสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายรวมทั้ง อสม. จะต้องเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาโรคพิษสุนัขบ้า เป็นการตอบโต้สถานการณ์การระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า โดยน้อมนำปณิธานของศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ที่ทรงมีความห่วงใยปัญหาโรคพิษสุนัขบ้า ที่กำลังจะเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของประเทศไทย ที่วางกำหนดกลยุทธิ์ไว้ 6 ลำดับ ประกอบด้วยการเฝ้าระวังโรคในคน การป้องกันโรคในคน การควบคุมโรค การบูรณาการเครือข่าย การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ และการศึกษาวิจัย
               “บทบาทที่สำคัญอีกส่วนคือ อสม.ที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชน จะต้องเร่งดำเนินการเผยแพร่คาถาป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า 5 ย. คือ อย่าแหย่ อย่าเหยียบ อย่าแยก อย่าหยิบ และอย่ายุ่ง นอกจากนี้ต้องเรียนรู้การป้องกันและการดูแลเมื่อถูกสัตว์กัด ข่วน และการสัมผัสน้ำลายของสัตว์ รวมทั้งการสังเกตอาการในคน การเบื่ออาหาร เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว มีไข้ และเมื่อมีอาการรุนแรงจะทำให้มีอาการหายใจไม่ออก หรือชัก เป็นอัมพาต หมดสติและเสียชีวิต”
               นายแพทย์พีระ กล่าวอีกว่า กรณีถูกกัดจะต้องรีบล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง ใส่ยาฆ่าเชื้อ และรีบไปพบแพทย์ในทันที และเฝ้าสังเกตอาการของสัตว์เลี้ยงอย่างน้อย 10 วัน ถ้าหากพบว่าสัตว์เลี้ยงเสียชีวิตแสดงว่ามีเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า จะต้องรีบแจ้งไปยังกรมปศุสัตว์เพื่อส่งตรวจหาเชื้อโรค ขณะเดียวกันผู้ป่วยจะต้องเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างต่อเนื่องและจะต้องรับยาให้ครบชุดตามเวลาที่แพทย์นัด อย่างไรก็ตามทางกรมควบคุมโรค ได้เปิดสายด่วน 1422 เพื่อให้คำปรึกษากับประชาชนโดยทั่วไปด้วย