ข่าว

บุกช่วยนักข่าวมะกันจากมือตาลีบันสำเร็จ

บุกช่วยนักข่าวมะกันจากมือตาลีบันสำเร็จ

10 ก.ย. 2552

คาบูล-นาโตส่งหน่วยคอมมานโดบุกช่วยนักข่าว นสพ.ยักษ์ใหญ่ของอเมริกาเป็นผลสำเร็จ แต่ล่ามชาวอัฟกันไม่รอด ขณะที่ต้องมีการนับคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ในบางหน่วย

 สถานการณ์การสู้รบในอัฟกานิสถานยังคงร้อนระอุ ล่าสุด เมื่อวันพุธ (9 ก.ย.) กองกำลังรักษาความปลอดภัยนานาชาติ (ไอเอสเอเอฟ) ที่นำโดยนาโต ได้บุกเข้าช่วยเหลือนายสตีเฟน ฟาร์เรล นักข่าวหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทม์สที่ถูกกลุ่มตาลีบันจับเป็นตัวประกัน ผลปรากฏว่าสามารถช่วยเหลือออกมาได้ แต่นายสุลต่าน มูนาดี ล่ามชาวอัฟกัน ถูกยิงเสียชีวิต และยังเสียคอมมานโดอังกฤษไปหนึ่งนาย

 นายฟาร์เรลได้รับความช่วยเหลือออกมาโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่นายมูนาดี คุณพ่อลูกสองซึ่งมาทำงานในอัฟกานิสถานช่วงที่หยุดพักจากการเรียนที่มหาวิทยาลัยในเยอรมนีกลับเสียชีวิตระหว่างการยิงปะทะกันอย่างดุเดือด นอกจากนี้ยังมีคอมมานโดชาวอังกฤษเสียชีวิตในปฏิบัติการครั้งนี้ด้วย

 นายฟาร์เรลได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ต้นสังกัดว่าตัวเขาและนักรบตาลีบันได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์บินใกล้เข้ามาก่อนที่ปฏิบัติการจู่โจมทางอากาศร่วมระหว่างหน่วยคอมมานโดต่างชาติ และทหารอัฟกานิสถานจะเกิดขึ้น ตอนนั้นทุกคนอยู่ในห้องห้องหนึ่ง พวกตาลีบันวิ่งหนีไปหมด ตอนนั้นเขาคิดว่าจะถูกฆ่าหรือเปล่า แต่พอเขาและนายมูนาดีวิ่งออกมาด้านนอกก็ได้ยินเสียงกระสุนอยู่รอบตัว แล้วก็ได้ยินเสียงพูดทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาตาลีบัน

 ทั้งนี้ นายฟาร์เรลซึ่งมีสัญชาติอังกฤษ-ไอริช และนายมูนาดี ถูกมือปืนจับตัวไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะไปทำข่าวนาโตยิงถล่มรถบรรทุกน้ำมันในเมืองคุนดูซ ทางเหนือของอัฟกานิสถาน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตร่วม 90 คน รวมถึงพลเรือน นับเป็นนักข่าวชุดที่ 2 ของนิวยอร์ก ไทม์สที่ถูกลักพาตัวในอัฟกานิสถานในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ความปลอดภัยในอัฟกานิสถานไม่ดีนัก

 ผู้ว่าราชการเมืองคุนดูซกล่าวว่า นายมูนาดีถูกพวกตาลีบันสังหารระหว่างการบุกจู่โจม แต่นายฟาร์เรลได้ให้สัมภาษณ์แก่นิวยอร์ก ไทม์สว่า เขาไม่รู้ว่ากระสุนที่สังหารล่ามของเขานั้นเป็นของใครกันแน่ และบอกว่ามูนาดีได้ตะโกนออกไปว่า "นักข่าว นักข่าว" แต่กลับถูกยิงเสียชีวิตต่อหน้าต่อตาเขานั่นเอง และหลังจากนั้นประมาณหนึ่งหรือสองนาที นายฟาร์เรลก็ได้ยินเสียงตะโกนเป็นภาษาอังกฤษว่า "ตัวประกันอังกฤษ" แล้วก็บอกให้ออกมา

 ขณะเดียวกันมีรายงานว่าอัฟกานิสถานจะนับผลคะแนนจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ใหม่ในบางหน่วยเลือกตั้งที่มีหลักฐานชัดเจนน่าเชื่อถือว่า มีการโกงเลือกตั้ง ได้แก่ หน่วยเลือกตั้งที่มีการใช้สิทธิ 100% เต็ม หรือผู้สมัครได้คะแนนเสียงเกินกว่า 95% เนื่องจากจากพบว่า จำนวนคะแนนเสียงสูงมากผิดปกติเกินกว่าจำนวนบัตรเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้ง หรือมีการลงคะแนนให้ผู้สมัครเพียงคนเดียวมากจนผิดปกติ