
ว่าด้วยการเสนอข่าวการเลือกตั้ง อบต.
เมื่อหลายวันก่อนมีการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลจำนวนมากมายในประเทศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือการนำเสนอข่าวการเลือกตั้งดังกล่าวนั้นเป็นไปอย่างจืดชืด
เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงอคติของสื่อมวลชนไทยอย่างแท้จริง แต่ถ้าจะเรียกว่าเป็นสื่อของคนเมือง/คนกรุงเทพฯ/คนชั้นกลางก็น่าจะเหมาะสมกว่า
สื่อมวลชนโดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์นั้นให้ความสนใจกับการฉายภาพของชาวบ้านไปลงคะแนนเสียง แต่ไม่สามารถหาจุดเด่นของการนำเสนอการเลือกตั้งดังกล่าวได้มากกว่าการรายงานภาพคูหาการเลือกตั้ง และการรายงานสถิติการไปลงคะแนนเสียงของ "ชาวบ้าน"
เห็นจะมีแต่สกู๊ปของไทยทีวีที่พยายามหาตัวอย่างโครงการที่ดีของอบต.มาออก และมีการสัมภาษณ์นักวิชาการ เพื่อกระตุ้นให้คนออกไปใช้สิทธิ และเข้าใจว่า อบต.นั้นเป็นการปกครองท้องถิ่นที่ส่งผลตรงต่อประชาชน
ขณะที่สื่อสิ่งพิมพ์นั้นจะเน้นการรายงานว่าผลการเลือกตั้งของแต่ละอบต.นั้นสะท้อนถึงการรักษาตำแหน่งหรือการสูญเสียตำแหน่งของผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นอย่างไร หรือจะเรียกว่า ข่าวการเมืองท้องถิ่นก็คือการอธิบายเรื่องราวของราชวงศ์ท้องถิ่น (local dynasty) นั่นเอง
ลองพิจารณาว่าเมืองไทยนั้นมีคนที่อยู่ในชนบทมากกว่าเมือง (เขตเทศบาล) และทุกชนบทก็มีความสามารถในการเข้าถึงสื่อ โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์มากขึ้นเรื่อยๆ แต่เราไม่พบพื้นที่ข่าวที่เกี่ยวข้องกับอบต.มากนัก ทั้งที่อบต.เป็นการปกครองท้องถิ่นในชนบท (ขณะที่เทศบาลเป็นการปกครองท้องถิ่นในเมือง) ที่เป็นพื้นที่ของคนจำนวนมาก
ลองเปรียบเทียบกับข่าวการเลือกตั้งระดับชาติ และการเลือกตั้งของกรุงเทพมหานคร เราจะพบว่าเรามีข่าวการเลือกตั้งของอบต.น้อยมาก แล้วคำถามก็คือ ถ้าเราไม่มีพื้นที่ข่าวของอบต.มากนัก เราจะส่งเสริมให้อบต.เป็นจุดตั้งต้นของประชาธิปไตยที่อยู่ในท้องถิ่น และอยู่ใกล้กับประชาชนได้อย่างไร
เราจึงวนเวียนกับการมองว่าอบต.มีแต่ข่าวการลอบสังหารนายกและสมาชิกอบต. ไม่ใช่ข่าวโครงการดีๆ และเราจึงมีแต่ข่าวการทุจริตของอบต. ทั้งที่หน่วยการปกครองระดับอื่นก็มี และเราก็จะมีข่าวว่า อบต.นั้นเป็นเพียง "สนามเล็ก" ของการเมืองระดับชาติเท่านั้น
ลองคิดดูดีๆ ว่าในระดับกรุงเทพมหานคร เราไม่มีหน่วยการปกครองระดับย่อยกว่ากรุงเทพมหานครในการดูแลประชาชนและให้ประชาชนตรวจสอบได้ เรามีโครงสร้างของกรุงเทพมหานครในระดับใหญ่ มีสภาที่ตรวจสอบในระดับกทม. แต่สภาเขตและหน่วยของเขตนั้นไม่มีกระบวนการประชาธิปไตยเต็มรูป เพราะเขตเป็นหน่วยที่ส่งมาจากส่วนกลางของกทม. ประชาชนไล่ผู้อำนวยการเขตไม่ได้ สภาเขตเองก็ไม่มีอำนาจในการตรวจสอบ
ดังนั้น อบต.นั้นจึงมีลักษณะที่มีความสำคัญต่อพื้นที่อย่างมากมาย ไม่ว่าจะมีข้อถกเถียงว่าขนาดของอบต.นั้นเป็นอุปสรรคหรือเป็นประโยชน์ต่อการปกครองในระดับท้องถิ่น แต่ที่สำคัญก็คืออย่างน้อยอบต.นั้นก็เป็นเวทีให้คนได้พบปะพูดคุยและเข้าใจปัญหากันในท้องถิ่น
ดังนั้นเวลาที่เราพูดถึงชนบท เราไม่จำเป็นต้องมองถึงความงดงามแต่จากอดีต แต่เราอาจจะมองเห็นว่าการมีอยู่ของอบต.นั้นก็มีผลทำให้คนเข้ามาเข้าใจปัญหากัน ขณะที่คนในเมืองนั้นขาดองค์กรระดับท้องถิ่นเช่นนี้ที่จะทำให้คนรู้จักกัน
คราวหน้ามาร่วมกันทำข่าวอบต. และข่าวเลือกตั้งอบต.ที่เป็นระบบและเพิ่มมุมมองจากคนในพื้นที่เพิ่มขึ้นกันดีไหมครับ เราจะได้เห็นชาวบ้านที่เราคิดว่ายังเตาะแตะเรื่องประชาธิปไตยในมุมมองใหม่ๆ กันบ้าง
หมายเหตุ: บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อระลึกถึง รศ.ประหยัด หงษ์ทองคำ ผู้ล่วงลับ ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้วางรากฐานการศึกษาการปกครองท้องถิ่นที่สำคัญของสังคมไทย



