
สำนึกของคนมีจริยธรรม
นายหลิว จ้าว เสวียน นายกรัฐมนตรีไต้หวันได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบทางการเมือง กรณีทางการถูกประชาชนวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความล่าช้าในการสั่งอพยพประชาชนก่อนที่ไต้ฝุ่นมรกตจะพัดขึ้นฝั่งเมื่อต้นเดือนที่แล้ว รวมทั้งความล่าช้าในการช่วยเหลือผู้ประสบภ
ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 700 คน ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งได้ขอลาออกเนื่องจากช่วงที่เกิดเหตุ ตัวเองกลับไปดินเนอร์ที่โรงแรมหรูระดับ 5 ดาวเพื่อฉลองวันพ่อของไต้หวัน ตามด้วยการลาออกของรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศเพื่อรับผิดชอบเรื่องที่กระทรวงได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังสถานทูตและสำนักงานตัวแทนของไต้หวันในต่างประเทศให้ปฏิเสธความช่วยเหลือจากต่างประเทศ เป็นเหตุให้การกู้ภัยล่าช้าเกินเหตุ ส่วนรัฐมนตรีกลาโหม ถูกกดดันให้ลาออกเช่นกันเพื่อรับผิดชอบที่กองทัพให้ความช่วยเหลือล่าช้า
การลาออกของนายกรัฐมนตรีไต้หวันครั้งนี้นับเป็นตัวอย่างล่าสุดที่สะท้อนถึงจิตสำนึกและความรับผิดชอบที่สูงได้มาตรฐานสากลของนักการเมืองหรือข้าราชการในหลายๆ ประเทศ ซึ่งจะรีบตัดสินใจลาออกโดยไม่ต้องให้ใครมาเรียกร้องเพื่อรับผิดชอบในเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝันมาก่อน อาทิ การลาออกของรัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่นเพื่อรับผิดชอบกรณีเรือรบลำหนึ่งเกิดชนกับเรือประมงจนขาดสองท่อน หรือผู้นำเกาหลีใต้ประกาศลาออกด้วยความละอายที่ยังคงใจเย็นเล่นกอล์ฟทั้งๆ ที่เกิดอุบัติเหตุใหญ่ขึ้นในช่วงนั้น
สำนึกและความรับผิดชอบทางการเมืองที่ได้มาตรฐานของนักการเมืองที่ดีนั้นมาจากการอบรมบ่มเพาะและปลูกจิตสำนึกต่อเนื่องกันมานานนับสิบๆ ปีว่าจะต้องรับใช้และรับผิดชอบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นสำคัญ ถ้าดูตามมาตรฐานนี้แล้วนับเป็นเรื่องน่าละอายยิ่งที่นักการเมืองและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของไทยหลายคนล้วนอยู่ต่ำกว่ามาตรฐานหลายชั้น เมื่อทำดื้อตาใสไม่ยอมยุติการปฏิบัติหน้าที่ทันทีแม้ศาลจะตัดสินว่าผิดก็ตาม ล่าสุดก็คือกรณีของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งก่อนประกาศลาออกก็ยืนยันจะยังคงทำหน้าที่ตามปกติ แม้ว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิดทั้งความผิดอาญาและวินัยร้ายแรงจากกรณีการสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ก็ตาม
แม้ว่า พล.ต.อ.พัชรวาทได้ประกาศลาออกไปแล้วก็ตาม แต่วิธีการปฏิบัติที่ปรากฎให้เห็นมานานการก็คือความพยายามดื้อแพ่งเอาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ย่อมสะท้อนถึงมาตรการทางสังคมที่อ่อนแอลงไปมาก โดยเฉพาะมาตรฐานในเรื่องของคุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งถ้าไม่รีบเร่งแก้ไข ประเทศชาติก็คงล่มจมในที่สุด



