ข่าว

สัปดาห์ที่ 1

สัปดาห์ที่ 1

10 ก.ย. 2552

ถึงแม้ว่า แนวโน้มที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ใกล้จะพบทางสว่างโล่งแล้วสำหรับการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ แต่ก็ใช่ว่าสถานการณ์โดยรวมทั้งหมดกำลังจะราบรื่น

 วิบากกรรมของรัฐบาลนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ และการปลด พล.ต.อ.พัชรวาท น้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ผู้ที่ช่วยอุ้มชูรัฐบาลนี้มาตั้งแต่แรก

 ถึงแม้วันนี้ พล.อ.ประวิตร จะไม่เอ่ยถามว่า "น้องผมผิดอะไร" เพราะมีคำยืนยันจาก ป.ป.ช.มาแล้วในคดีสลายม็อบ 7 ตุลาคม 2551

 แต่นั่นก็ไม่มีใครปฏิเสธว่า เสถียรภาพรัฐบาลไม่เหมือนดั่งเมื่อเริ่มคิดเริ่มคุยกันตั้งแต่แรก

 สถานการณ์เช่นนี้ บรรดาพรรคร่วมรัฐบาลต่างก็รู้ดี และพยายาม "ออกของ" เพื่อเสริมฐานเสียงให้แข็งแกร่ง พร้อมรับสถานการณ์ฉับพลันได้ทุกเมื่อ

 แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2 แสนล้านบาท จึงผ่านไปด้วยดี อนุมัติโครงการ เซ็นจัดซื้อจัดจ้างกันอย่างฉับไว

 โปรยกระตุ้นฐานการเมือง จนลืมว่านี่คืองบกระตุ้นเศรษฐกิจ

 ส่วนพรรคการเมืองทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล ต่างก็เร่งมือให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้กฎกติกามารยาท เอื้ออำนวยต่อการเติบใหญ่

 ไม่ใช่นับวันจะบั่นทอนลดชั้นเป็นพรรคต่ำสิบ ...หรืออาจถึงขั้นสูญพันธุ์อย่างทุกวันนี้

 โดยเฉพาะมาตรา 94 ว่าด้วยการได้มาของ ส.ส. ปัจจุบันเป็นแบบรวมเขตเรียงเบอร์ จะขอให้กลับไปเป็นแบบแบ่งเขตเบอร์เดียว เหมือนเก่า

 เพราะรวมเขตเรียงเบอร์กันอย่างนี้ พรรคกลาง พรรคเล็ก ตายอย่างเขียด เพราะแต่ไหนแต่ไรก็ ถนัด "ยิงเป้านิ่ง" ไม่ชัด ไม่ชัวร์ ไม่ปล่อยกระสุนกันทั้งนั้น

 กติกา "ยกพวง" ที่ว่า มันทำให้พรรคใหญ่ได้เปรียบ

 ไม่เว้นแม้กระทั่งพรรคประชาธิปัตย์ที่ยิ้มรับกับกติกาปัจจุบัน

 นั่นจึงเป็นที่มาที่ว่า จะต้องไปตกลงกันก่อนที่แนวโน้มน่าจะเปิดประตูใหญ่ แก้ไข มาตรา 291 แล้วตั้ง ส.ส.ร.ภายใต้ข้ออ้างเลิศหรู ว่าเพื่อให้ยึดโยงกับอำนาจของประชาชน

 ก็เข้าล็อก เพราะเท่ากับยืดเวลาไปอีก 6 เดือนเป็นอย่างน้อย

 เพราะการเร่งแก้รัฐธรรมนูญในวันนี้ ก็เท่ากับเร่งให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกมาเคลื่อนไหวอีกกลุ่มหนึ่ง แทนที่จะมีแค่เสื้อแดงกลุ่มเดียว

 แต่รัฐบาลประชาธิปัตย์ ก็ทำได้เพียงแค่ผลักปัญหาไปพักไว้อีกที่หนึ่ง ...สุดท้ายก็ต้องเจอกับมันอยู่ดี !

 ตรงนี้นี่แหละที่ประเมินกันว่า ...ไม่นาน

 เพราะสภาพภายในประชาธิปัตย์ที่ผู้จัดการรัฐบาลกับเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มองตารู้ใจ แต่กับนายกรัฐมนตรี พูดกันคนละคีย์ เล่นดนตรีคนละทำนอง

 โดยเฉพาะเรื่องตั้ง ผบ.ตร.ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดยุติ ต่างฝ่ายต่างอ้างถึง "เงื่อนไข" ที่ได้รับมา และรู้ว่า อภิสิทธิ์ ถอยไม่ได้

 ร้าวลึกขนาดนี้ ต่อให้เสร็จสิ้นการตั้ง ผบ.ตร.ก็ไม่รู้ว่า ในวันข้างหน้าจะทำงานกันได้อย่างไร

 สุเทพ เทือกสุบรรณ จะกล้าไปรับปาก หรือต่อรองกับใครเขาได้

 เช่นเดียวกับ นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ จะเดิน "เกมลึก" ได้อย่างไร

 ในขณะที่นายกฯ อภิสิทธิ์ ก็มีขุนพลเคียงกายเพียง 2 หากไม่นับวอลเปเปอร์ อีก 1

 ถึงแม้วันนี้ คณะผู้อาวุโสในพรรคทั้ง 4 จะลงมาคลุกอย่างใกล้ชิด แต่สถานการณ์ก็นับได้ว่า มาไกลโขแล้ว

 สิ้นสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ พักสภา 2 เดือน ก่อนจะเริ่มใหม่เป็นสมัยประชุมปกติที่ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจได้ นั่นอาจเป็นวันที่ต้องมีการตัดสินใจ

 แต่ใครจะรู้การตัดสินใจอาจเริ่มในอีก 10 กว่าสัปดาห์นับจากนี้

 ที่น่าลุ้นก็คือ อภิสิทธิ์ จะเล่นบทเหี้ยม "เขี่ย" ก่อน "ยุบ" เป็นหรือเปล่าเท่านั้น !

ศรายุทธ สายคำมี