ข่าว

ลูกศิษย์ “ราชินีหมอลำ” ยื่นสอบนักวิชาการมมส.ดูหมิ่น

ลูกศิษย์ “ราชินีหมอลำ” ยื่นสอบนักวิชาการมมส.ดูหมิ่น

22 พ.ค. 2560

กู้ศักดิ์ศรี “ราชินีหมอลำ” ลูกศิษย์ศิลปินแห่งชาติ “ฉวีวรรณ ดำเนิน” บุกยื่นหนังสือถึงอธิการฯ มมส จี้สอบจริยธรรม"ผช.อธิการฯ"ปมโพสต์หมิ่น “ด็อกเตอร์จับสลาก"

         เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 22 พ.ค.2560 ที่สำงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กลุ่มเครือข่ายศิลปวัฒนธรรมอีสาน กลุ่มลูกศิษย์ที่มีความเคารพนับถือหมอลำฉวีวรรณ และกลุ่มเครื่อข่ายผู้ที่มีความรักความหวงแหนชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กว่า 20 คน ได้เข้ายื่นหนังสือถึง ศ.ดร.สัมพันธ์ ฤทธิเดช อธิการบดี  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม(มมส) เพื่อให้ตรวจสอบจริยธรรมของ ผศ.ดร.ปฐมพงศ์ ณ จัมปาศักดิ์ ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายกิจการพิเศษ และนักวิชาการศิลปวัฒนธรรมอีสาน จากกรณี นำบทสัมภาษณ์ของ ดร.ฉวีวรรณ พันธุ หรือ ฉวีวรรณ ดำเนิน ที่ให้สัมภาษณ์ในเว็ปไซต์หนังสือพิมพ์ “คมชัดลึก” เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของวงการหมอลำกับสังคมไทย โดย ผศ.ดร.ปฐมพงษ์ ได้นำไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมกับข้อความที่แสดงถึงการไม่เห็นด้วยกับการให้สัมภาษณ์ของ ดร.ฉวีวรรณ พร้อมทั้งได้ให้ความเห็นถึงความจำเป็นที่หมอลำต้องเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย รวมทั้งเพศและวัยของผู้ฟัง

         ซึ่งภายหลังจากที่ ผศ.ดร.ปฐมพงศ์ โพสต์ข้อความดังกล่าวลงในเฟซบุ๊ก ได้มีสมาชิกเข้ามาแสดงความเห็นในคอมเม้นใต้โพสต์ดังกล่าว ซึ่งมีบางช่วงที่ ผศ.ดร.ปฐมพงศ์ ได้พิมพ์ข้อความที่แสดงการดูหมิ่น ดร.ฉวีวรรณ และมีการเชื่อมโยงไปถึงโพสต์ที่มีการชื่นชมศิลปินหมอลำรุ่นใหม่ “ลำไย ไหทองคำ”พร้อมกับมีการพูดคุยกับคนที่เข้ามาสนทนาด้วย โดยมีข้อความที่ไม่เหมาะสม เช่น “เต่าพันปี” , “ปะสา ดร. จับสลาก” , “ป้าโนเบล” และยังมีข้อความที่แสดงถึงการไม่เคารพผู้อาวุโส จนทำให้ผู้ที่พบเห็นต่างนำไปวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม และเป็นการดูหมิ่นเกียรติของครูหมอลำที่เป็นผู้อาวุโสกว่า และเป็นศิลปินแห่งชาติด้วย

         โดยการยื่นหนังสือครั้งนี้มีการอ่านหนังสือเรียกร้องด้วย โดยมีนายวรศักดิ์ วรยศ นักวัฒนธรรม สำนักวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกศิษย์คุณแม่ฉวีวรรณ ดำเนิน ได้เดินทางไปร่วมยื่นหนังสือในครั้งนี้ด้วย และได้เป็นตัวแทนอ่านหนังสือร้องเรียนว่า ่ การแสดงความเห็นที่แตกต่างเป็นเรื่องปกติธรรมดาในสังคมวิชาการ ที่ทางกลุ่มให้เกียรติและรับฟัง แต่ความเห็นในบางประเด็นที่บุคลากรคนดังกล่าวได้โพสต์ลงนั้น ค่อนข้างล้ำเส้น ไม่เหมาะสม เข้าข่ายการดูถูกดูหมิ่นเหยียดหยามเกียรติและศักดิ์ศรีส่วนบุคคล ตลอดจนศักดิ์และสิทธิ์แห่งปริญญาของสถาบัน เช่น ข้อความที่โพสต์ว่า “ปะสา ดร. จับสลาก”(ก็แค่ด็อกเตอร์จับสลาก) ถึงแม้ผู้โพสต์จะโพสต์ในหน้ากระดานส่วนตัวและไม่ได้ระบุชื่อผู้ถูกอ้างถึงเฉพาะ แต่จากที่ได้วิเคราะห์ข้อมูลและเชื่อมโยงบริบทประเด็นในการสนทนาในหน้ากระดาน Facebook ของบุคลากรคนดังกล่าวแล้ว ย่อมปรากฎชัดว่า ข้อความของผู้โพสต์ได้เชื่อมโยงถึงหมอลำฉวีวรรณ ดำเนิน ซึ่งเป็นผู้ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

         “คำพูดสั้นๆ ที่ปรากฎนั้น กลุ่มเรามีความเห็นว่า เป็นคำพูดที่มาจากบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นครูบาอาจารย์ เป็นนักวิชาการ เป็นผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยที่กำกับดูแลด้านศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยอีกด้วย นับว่าเป็นอันตรายต่อศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งของภาคอีสาน ซึ่งการส่งเสริม สนับสนุน วิจัยก็เป็นหนึ่งในบทบาทหน้าที่ของมหาวิทยาลัย หากมุมมองของนักวิชาการคนนี้ยังมีท่าทีดูถูก เหยียดหยาม บุคคลอื่น โดยเฉพาะบุคลากรในแวดวงศิลปวัฒนธรรมด้วยกันจะเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวงมากยิ่งขึ้นในการโพสต์ คำว่า “ปะสา ดร จับสลาก” ถ้อยคำดังกล่าว สร้างความไม่สบายใจอย่างยิ่งต่อบรรดาลูกศิษย์และผู้ที่เคารพนับถือในคุณแม่หมอลำฉวีวรรณ ดำเนิน ตลอดจนบุคคลทั่วไปที่มีจิตใจรักและหวงแหนศิลปวัฒนธรรมอีสาน ถือเป็นการดูหมิ่นเกียรติและศักดิ์ศรีปูชนียบุคคล และชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย ตลอดจนสถาบันสำคัญของชาติที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน” นายวรศักดิ์ กล่าว

         ทั้งนี้ ทางกลุ่มฯ ได้เรียกร้องให้อธิการบดี มมส  ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อลงโทษทางวินัยตามระเบียบข้าราชการ พนักงานมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ดำเนินการตรวจสอบจริยธรรม จรรยาบรรณของบุคลากรคนดังกล่าว ขอให้พิจารณาว่าบุคลากรดังกล่าวยังมีความเหมาะสมที่จะมีหน้าที่ความรับผิดชอบในการสนับสนุน ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม อยู่อีกต่อไปหรือไม่ และหากผลการดำเนินการเป็นเช่นไร ขอให้แจ้งให้ทางกลุ่มฯทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ตลอดจนสาธารณะชน และสื่อมวลชนได้รับทราบภายในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ.2560 หากทางมหาวิทยาลัยยังเพิกเฉย ทางกลุ่มฯ จะมีมาตรการดำเนินการในระดับเข้มข้นต่อไป

         ด้านนายเข็มทอง โมราษฎร์ ผู้ประสานงานกลุ่มเด็กรักป่า และ ตัวแทนเครือข่ายสื่อศิลปวัฒนธรรมชุมชนอีสาน เปิดเผยว่า ส่วนตัวรักและเคารพคุณแม่ฉวีวรรณ ดำเนินอย่างมาก โดยเฉพาะตนได้กำกับภาพยนตร์เรื่อง ฮักในกระติ๊บข้าว ก็ได้ขออนุญาตนำเอาบทลำล่องชีวิตชาวนาของคุณแม่ไปใช้ในภาพยนตร์ฟรีไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพราะคุณแม่เป็นคนมีเมตตาต่อลูกหลานทุกคน หากเอ่ยถึงวงการหมอลำอีสาน คุณแม่ฉวีวรรณ ดำเนิน คือที่สุดของหมอลำ จนได้รับการยกย่องให้เป็นราชินีหมอลำแห่งอีสาน

         “การที่ผศ.ดร.ปฐมพงศ์ ณ จำปาศักดิ์ นักวิชาการ มมส. พูดแบบนี้ พวกผมรับไม่ได้ และถือเป็นการไม่เหมาะสม จึงอยากจะเรียกร้องให้ ผศ.ดร.ปฐมพงศ์ ขอขมาคุณแม่ฉวีวรรณ ดำเนิน และ ให้มหาวิทยาลัยลงโทษนักวิชาการคนนี้ด้วย”นายเข็มทอง กล่าว

         ในขณะที่ รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล รองอธิการบดีฝ่ายแผนและกิจการพิเศษ มมส กล่าวว่า มมส  รู้จักกับแม่ฉวีวรรณ ดำเนิน มาตลอดระยะเวลาหลายปี เนื่องจากแม่ฉวีวรรณได้เข้ามาทำนุบำรุงและช่วยเหลืองานของมหาวิทยาลัยเป็นประจำทุกปี เช่น งานปฐมนิเทศน์นักศึกษาใหม่ทุกรุ่น และการให้ความรู้เรื่องการเรียนการสอนต่อนักศึกษาวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ซึ่งทุกคนต่างก็รักและเคารพแม่ฉวีวรรณมาตลอด สิ่งที่เกิดขึ้นหากมองดูแล้วอาจเป็นเรื่องความเห็นส่วนตัวในเฟซบุ๊ก และมีเรื่องคอมเม้นต์ที่ตามมา ซึ่งทำให้ศิษย์และคนที่รักเคารพในตัวแม่ฉวีวรรณไม่พอใจ ซึ่งเรื่องนี้ทางมหาวิทยาลัยก็ได้รับหนังสือจากกลุ่มลูกศิษย์ไว้แล้ว โดยหลังจากนี้จะนำข้อเสนอแนะ และสิ่งที่กลุ่มลูกศิษย์เป็นห่วงไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยจะมีการสอบข้อเท็จจริงต่อไป

         “ เพื่อให้ทุกๆ ท่านสบายใจ อยากเรียนให้ทราบว่า สถาบันของเรายังรักและเคารพในตัวแม่ฉวีวรรณมาโดยตลอด และจะยังรักเคารพไม่เสื่อมคลาย แต่เนื่องจากมีคอมเม้นต์ส่วนตัวที่ค่อนข้างอ่อนไหว ทำให้คนที่ทราบเกิดความไม่สบายใจ ซึ่งบุคลากรที่เป็นผู้ถูกร้องเรียนก็มีความเกี่ยวข้องและดูแลในเรื่องศิลปวัฒนธรรม ก็ควรจะใช้ถ้อยคำที่เหมาะสม และให้เกียรติ์ท่านในฐานะที่แม่ฉวีวรรณก็เป็นทั้งครู และปูชนียบุคคลของภาคอีสานและของประเทศ รวมทั้งการเป็นศิลปินแห่งชาติที่ทุกคนต่างให้การยอมรับ ” รศ.ดร.ประยุกต์ กล่าว

         รศ.ดร.ประยุกต์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้จะเป็นส่วนของการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งหากผลเป็นอย่างไรก็จะแจ้งให้ทางกลุ่มลูกศิษย์ฯ ได้ทราบ ซึ่งโดยส่วนตัว ตนเองก็จะโทรศัพท์ติดต่อไปหาแม่ฉวีวรรณ เพื่อขอโทษท่านในนามของมหาวิทยาลัยและส่วนตัว ที่ทำให้แม่ฉวีวรรณไม่สบายใจ เพราะตนเองก็รู้จักกับแม่ฉวีวรรณเป็นอย่างดี ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็จะเป็นไปตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง ให้รอการตรวจสอบก่อน.