ข่าว

 บทเรียนที่ต้องจดจำ

บทเรียนที่ต้องจดจำ

10 ก.ย. 2552

คำตัดสินของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่มีต่อการสลายการชุมนุม 7 ตุลา 51 เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าข้าราชการการเมือง 2 คน และข้าราชการประจำ 2 คน มีความผิดตามมาตรา 157 ละเว้นและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

 ไม่ว่าจะมีการพูดถึงการตัดสินครั้งนี้มาจากสาเหตุใดก็ตาม ต้องไม่ลืมว่ามีการใช้กำลังสลายการชุมนุม จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการกระทำครั้งนั้นจริง โดยฝ่ายการเมืองเป็นผู้สั่งการและตำรวจเป็นผู้ปฏิบัติตามคำสั่ง

 จากนี้ไปกรณีข้างต้นจะเป็นบรรทัดฐานให้ผู้เกี่ยวข้องได้ตระหนักถึงหน้าที่รับผิดชอบมากขึ้น นักการเมืองในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดก่อนจะตัดสินใจสั่งการใดๆ ต้องคำนึงถึงผลที่จะตามมา และตำรวจซึ่งเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายต้องใคร่ครวญให้มากว่า คำสั่งนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หรือแม้จะชอบด้วยกฎหมายและอำนาจหน้าที่เอื้อให้ปฏิบัติได้ก็ยังต้องคำนึงถึงหลักมนุษยชน ไม่ใช่สักแต่ว่าหลับหูหลับตาทำตามคำสั่งและคิดว่ากฎหมายให้อำนาจไว้อย่างเดียว

 การชุมนุมประท้วงโดยกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามที่ผ่านมา ตำรวจมักตกเป็นเบี้ยล่างแทบทุกครั้ง เมื่อมีการสั่งการลงมาจากรัฐบาล หากไม่ปฏิบัติตามก็จะโดนมาตรการด้านปกครอง ไม่ถูกย้ายไปลงพื้นที่กันดารก็ถูกโยกไปช่วยราชการหรืออย่างดีก็แป๊กขั้น ครั้นจะทำตามอีกฝ่ายก็เป็นประชาชนคนไทยมือเปล่าทั้งนั้น สุดท้ายพอเรื่องบานปลายคนที่รับกรรมก็หนีไม่พ้นตำรวจอยู่ดี ด้วยเหตุนี้ตำรวจส่วนใหญ่จึงอยากเห็นกฎหมายควบคุมการชุมนุมในที่สาธารณะ แต่กว่าจะคลอดออกมาก็คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ ระหว่างนี้ที่ทำได้ก็คือการยึดเอาความเห็นของ ป.ป.ช.ครั้งนี้เป็นบรรทัดฐาน หรือจะเรียกว่าเป็นอุทาหรณ์ก็ดี จะเป็นบทเรียนราคาแพงก็ได้

 จะเห็นว่าคนที่ถูกตัดสินว่าผิดอยู่ในชั้นบังคับบัญชาแทบทั้งสิ้น ตั้งแต่อดีตนายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกฯ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.ภ.4 อดีต ผบช.น.ส่วนคนที่อยู่ใต้ลงมารอดพ้นข้อกล่าวหาทั้งหมด ชี้ให้เห็นว่าเป็นคำสั่งที่มิชอบ เมื่อมิชอบในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายก็สามารถโต้แย้ง ไม่ปฏิบัติตามได้ หรือถ้าเห็นว่าเหตุการณ์รุนแรงบานปลายมีผู้บาดเจ็บล้มตายก็สมควรยุติลงเพียงแค่นั้น ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก

 "ผมยอมรับในกติกา ผมเป็นนักกีฬา และยังดีที่จบที่ตัวผม ไม่ไปถึงน้องๆ ผู้ใต้บังคับบัญชา" ผมนับถือ พล.ต.ท.สุชาติ ที่กล้ายืดอกรับผิดและเชื่อว่าตำรวจทุกคนจะถือเอาเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนที่ต้องจดจำ เพราะการรู้สำนึกหลังเหตุการณ์ผ่านไป มันอาจจะสายเกินแก้

 ที่สำคัญวันข้างหน้าตำรวจจะได้มีเหตุผลยกมาหักล้างคำสั่งที่ไม่ได้เรื่องได้ราวจากฝ่ายการเมืองบ้าง...!?!

มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]