ข่าว

คนส. จี้ คสช.เร่งคืนประชาธิไตย

คนส. จี้ คสช.เร่งคืนประชาธิไตย

22 พ.ค. 2560

 "คนส." แถลง 3 ปี ประเทศไทยเสียของ 10 ด้าน  ภายใต้เผด็จการทหาร วาง 5 กิจกรรมเคลื่อนไหว ปี 60 จี้ เร่งคืนประชาธิปไตย 

 

          22 พ.ค. 60 -  เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) จัดงานแถลงข่าว "#3 ปีที่เสียของ" เนื่องในโอกาสครบรอบ 3 ปี การอยู่ใต้การปกครองเผด็จการทหาร นำโดย นายอณุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมษุยวิทยา นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายบัณฑิต จันทร์โรจน์กิจ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย และบก.นิตยสารวิภาษา น.ส.เสาวนี อเล็กซานเดอร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี นายเสนาะ เจริญพร คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และนายพิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

          โดยได้ร่วมกันแถลงว่า ในยุค 3 ปี คสช. ได้สร้างความสูญเสียให้สังคมไทย ทั้งหมด 10 ด้าน ดังนี้ 1.การสูญเสียสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็น 2.การสูญเสียเวลาและอนาคตของประเทศในการสร้างสังคมที่เป็นประชาธิปไตย 3.การสูญเสียโอกาสในการเติบโตก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ 4.การสูญเสียการมีส่วนร่วมและอำนาาจของประชาชนในการพัฒนาและจัดการทรัพยากร 5.การเสียศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนระดับล่างและคนยากจน 6.การเสียระบบสวัสดิการและคุณภาพชีวิตพื้นฐาน 7.การเสียโอกาสในการสร้างสันติภาพและแก้ปัญหาชายแดนใต้ 8.เสียระบบการตรวจสอบการใช้งบประมาณของกองทัพ 9.การเสียหน้าและไม่ได้รับการยอมรับในประชาคมโลก ในฐานะที่เป็นประเทศเผด็จการ และ10.การสูญเสียความทรงจำทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับประชาธิปไตย 

          ขณะที่นายอนุสรณ์ แถลงถึงแผนการดำเนินกิจกรรมในปี 2560 ของคนส. ว่า มีการแบ่งแนวทางดำเนินงานเป็น 5 ด้าน ดังนี้ 1.การจัดเสวนาในลักษณะขมวดรวม ในหัวข้อ กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ระบบราชการและกลไกรัฐ สื่อและกฎหมายเกี่ยวกับสื่อ รัฐธรรมนูญและกฎหมายเกี่ยวกับการปกครองท้องถิ่น 2.การจัดเสวนาวิชาการรายประเด็น เช่น การทุจริตคอรัปชัน อภิปรายวิชาการถึง กองทัพ ศาล และกระบวนการยุติธรรม การคุมคามสิทธิและเสรีภาพ สื่อ คนส.เชื่อว่า เมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว เราต้องเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการตามปกติ ต้องมีการเสวนาสาธารณะ ที่ผ่านมาเราเสียโอกาสในการจัดเวทีแลกเปลี่ยนอย่างเสมอหน้าและสันติ ในฐานะนักวิชาการ เราต้องคืนเวทีเหล่านี้ให้สังคม อย่างมีอารยะ บนพื้นฐานของข้อมูลอย่างมีเหตุและผล ซึ่งมันสำคัญและสังคมต้องจำเป็นต้องเรียนรู้ในการหาทางออกร่วมกัน 

          นายอนุสรณ์ กล่าวว่า 3.การจัดกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม จากเครือข่ายด้านศิลปะการแสดง เรียนรู้ผ่านการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ จะมีการจัด รายการ 'เมนูประชาธิปไตยใหม่' 'แม่ choice' เพื่อบอกว่า ประเทศไทยยังมีทางเลือกอื่น นอกจากทางเลือกที่ต้องถูกบีบบังคับ การจัดแสดงละครเวที การฉายภาพยนตร์พร้อมกันในวันที่ 24 มิ.ย. นี้ ตามสถาบันการศึกษา ที่มีการจัดสอนเรื่องภาพยนตร์ ทั้งนี้เพื่อเป็นการสื่อสารให้สังคมเรืยนรู้ร่วมกัน จะขายสินค้าเช่น หมุดคณะราษฎรที่หายไป แก่ประชาชนที่สนใจ 4. การจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมสังคมสู่การเลือกตั้งที่มีคุณภาพ ให้มีการวิจัยแบบมีส่วนร่วมในพื้นที่ เพื่อสร้าง โรดแมป หรือ พิมพ์เขียว สำหรับเป็นทางเลือกของสังคม ซึ่งมันควรจะเกิดขึ้น โดยคนระดับล่าง และการวิจัยแบบมีส่วนร่วนในพื้นที่เพื่อสร้างข้อเสนอเชิงนโยบาย ที่เป็นประโยชนต่อสาธารณะ หรือหยิบยื่นให้ฝ่ายการเมือง ไปนำผลักดันต่อไป ไม่ว่า นักการเมืองที่ลงเลือกตั้ง จะถูกจำกัดบทบาทตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ก็ตาม

          นายอนุสรณ์ กล่าวว่า 5.การยกระดับการให้ความช่วยเหลือนักโทษการเมืองและคดี 112 ด้วยการจัดระบบฐานข้อมูล เรียบเรียงและเผยแพร่ รณรงค์เคลื่อนไหวภายใต้มโนทัศน์ นักโทษทางความคิด ประสานกับองค์กรและหน่วยงานระหว่างประเทศ เพราะที่ผ่านมา การดำเนินคดีมันรุกคืบไปยังตัวบุคคลมากขึ้น เราจะเรียบเรียงเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่สังคม            จากนั้นคนส. ได้เปิดโอกาสให้ ผู้เข้าร่วมแถลงข่าวได้ซักถาม โดยมีคำถามถามถึงความเหมาะสมในการใช้มาตรา 44 นับจากรัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้ โดยนายบัณฑิต กล่าวว่า นักกฎหมายมหาชน ชี้หลายครั้งว่า ม.44 ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีสถานะแปลกประหลาด เพราะมีอำนาจรัฐซ้อนอำนาจรัฐอยู่ ทำให้การบังคับใช้รัฐธรรมนูญ มันอิหลักอิเหลื่อ ต้องยกเลิการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จนี่เสีย และรัฐบาลต้องเร่งนำคดีที่อยู่ในศาลทหาร กลับสู่ศาลตามกระบวนการยุติธรรมปกติ อีกทั้งคดีที่ค้างเติ่งจำนวนมาก ทั้งที่เหตุการณ์จบแล้ว ควรยุติการดำเนินคดีทันที เช่น คดีประชามติ คดีการเมือง รัฐบาลควรพิจารณาคืนโรดแมปสู่ความเป็นประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด.