แม่น้ำมูลพ้นวิกฤติน้ำฝนมาช่วย เกษตรกรเฮเร่งจับปลากระชังขาย
แม่น้ำมูลพ้นวิกฤติน้ำฝนมาช่วย เกษตรกรเฮเร่งจับปลากระชังขาย
วันที่ 21 พ.ค.60 จากที่มีฝนตกต่อเนื่องตลอด 2 สัปดาห์ ส่งผลให้ระดับน้ำมูลเพิ่มขึ้นพ้นวิกฤตแล้ง ส่งผลดีกับเกษตรกรหมู่บ้านชาวประมง อ.สตึก ที่มีอาชีพเลี้ยงปลากระชังขาย เร่งจับปลาออกขาย และเตรียมลงลูกปลาใหม่ หลังต้องชะลอเลี้ยงช่วงหน้าแล้งทำให้ขาดรายได้ หากสามารถเลี้ยงได้ตลอดปีจะมีรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 1-2 แสนบาท เกษตรกรหมู่บ้านชาวประมง ตำบลสตึก อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ กว่า 10 ครัวเรือน ที่มีอาชีพเลี้ยงปลาในกระชังในลำน้ำมูล กว่า 10 ครัวเรือน เร่งจับปลานิลที่เลี้ยงไว้ในกระชังเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ส่งขายตลาด เพื่อเตรียมลงลูกปลาใหม่หลังจากปีนี้ฝนมาเร็วกว่าทุกปีและตกลงมาอย่างต่อเนื่องช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำในลำน้ำมูลซึ่งเป็นแหล่งน้ำหลักที่ใช้ผลิตประปา ทำการเกษตร และเลี้ยงปลาในกระชังมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำเริ่มไหลเวียนเพียงพอที่จะลงเลี้ยงปลาในกระชังได้ จากทุกปีช่วงเดือนพฤษภาคม จะยังไม่สามารถลงเลี้ยงปลาในกระชังได้ เพราะประสบปัญหาภัยแล้งระดับน้ำต่ำไม่ไหลเวียน และเป็นกรดแก๊ส โดยเกษตรกรแต่ละรายจะลงทุนเลี้ยงปลาในกระชังคนละ 6 – 10 กระชัง รวมทั้งหมดมากกว่า 100 กระชัง ลงทุนทั้งซื้อพันธ์ปลา อาหาร กระชังละประมาณ 20,000 บาท สามารถขายได้เฉลี่ยกระชังละ 4 – 5 หมื่นบาท ขึ้นอยู่กับราคารับซื้อปลาในช่วงนั้นๆ โดยราคารับซื้อปลาจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 50 – 65 บาท
นายสุกรี ล้อสันเทียะ อายุ 38 ปี เกษตรกรหมู่บ้านชาวประมง กล่าวว่า ก่อนหน้าเกษตรกรจะเลี้ยงปลาในกระชังได้ปีละ 3 ครั้ง แต่หลังจากประสบปัญหาภัยแล้งน้ำมูลลดต่ำทำให้ลดเหลือเพียง 2 ครั้ง แต่บางปีฝนทิ้งนานก็เลี้ยงได้เพียงครั้งเดียว ทำให้ขาดรายได้ และบางรายต้องชะลอเลี้ยงหันไปประกอบอาชีพอื่นแทน แต่ปีนี้ฝนมาเร็วและตกต่อเนื่องทำให้ระดับน้ำมูลมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้น้ำไหลเวียนเพียงพอที่จะเลี้ยงปลากระชังได้ จึงได้เร่งจับปลาออกขายเพื่อเตรียมลงลูกปลาใหม่ คาดว่าปีนี้จะสามารถเลี้ยงปลาในกระชังได้ถึง 3 ครั้ง หากสามารถเลี้ยงได้เต็มที่ถึง 3 ครั้ง จะทำให้เกษตรกรมีรายได้จากการเลี้ยงปลากระชังไม่ต่ำกว่า 1 – 2 แสนบาทแล้วแต่ใครลงปลามากน้อย



