
สหพันธ์ทาบไทย จัดเพาะกายโลก
สหพันธ์เพาะกายนานาชาติ ทาบไทยเจ้าภาพจัดเบ่งกล้ามชิงแชมป์โลกปี 53 แต่ขอดูรายละเอียดเรื่องงบประมาณก่อนถึงจะตัดสินใจได้ ขณะที่ "เจ้าโอ๋" สิทธิ เจริญฤทธิ์ เตรียมล่าแชมป์โลกคืนในศึก "เวิลด์คัพ" ที่ดูไบ
นายศุกรีย์ สุภาวรีกุล เลขาธิการสมาคมเพาะกายแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากความสำเร็จของจอมพลังเบ่งกล้ามทีมชาติไทยทั้งชายและหญิง ที่ประกาศศักดาคว้าชัยมาได้ 14 เหรียญทอง 12 เหรียญเงิน และ 8 เหรียญทองแดงจากการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชียประจำปี 2009 เมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ส่งผลให้ นายภัคพงษ์ เกรียงศักดิ์ นายกสมาคมเพาะกายแห่งประเทศไทย กำชับนักกีฬาทั้งหมดให้ฟิตซ้อมดูแลตัวเองเต็มที่โดยเฉพาะเรื่องน้ำหนักตัวมาตรฐานและเทคนิคต่างๆ ต้องพัฒนามากขึ้น สาเหตุเพราะหลายคนยังมีจุดบกพร่องที่จะต้องแก้ไขมากพอสมควร
เนื่องจากระหว่างวันที่ 7-11 พฤศจิกายนนี้ จะมีการแข่งขันเพาะกายชิงแชมป์โลกที่กรุงดูไบ ประเทศยูเออี สมาคมกำลังพิจารณานักกีฬากีฬาที่มีความสามารถและโอกาสในการคว้าเหรียญทองทั้งชายและหญิงอยู่ คาดว่าประมาณปลายเดือนตุลาคมจึงจะประกาศรายชื่อว่ามีใครได้สิทธิ์เดินทางไปบ้าง เพราะเป็นแมทช์ใหญ่ระดับโลกที่นักเบ่งกล้ามทุกคนเฝ้ารอคอย โดยเฉพาะ "เจ้าโอ๋" สิทธิ เจริญฤทธิ์ อดีตแชมป์โลกขวัญใจชาวไทยที่จะต้องเดินทางไปทวงตำแหน่งแชมป์โลกจากคู่แข่งชาวอิหร่านในครั้งนี้ ส่วนตัวมีความมั่นใจว่าหาก สิทธิ มีการฟิตซ้อมดูแลสภาพร่างกายเป็นอย่างดี โอกาสที่เอาแชมป์กลับคืนมาก็มีความเป็นไปได้
เลขาธิการสมาคมเพาะกายไทยยังกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามจากผลงานศึกเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชียที่ผ่านมาจนชาติสมาชิกในเอเชียต่างให้การยอมรับ ส่งผลให้หพันธ์เพาะกายนานาชาติให้ความไว้วางใจไทยรับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันศึกเบ่งกล้ามชิงแชมป์โลกปี 2010 แต่สมาคมกำลังดูรายละเอียดก่อนว่าสหพันธ์เพาะกายนานาชาติจะให้การสนับสนุนเรื่องงบประมาณอย่างไรบ้าง เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปหรือไม่ หากเข้าเนื้อต้องจ่ายเองสมาคมคงไม่เอา เพราะเป็นแมทช์ใหญ่ระดับโลกต้องมีค่าใช้จ่ายสูง แถมสมาคมก็ต้องของบประมาณการสนับสนุนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย และสปอนเซอร์ต่างๆ เตรียมเอาไว้ด้วย คาดว่าก่อนศึกชิงแชมป์โลกจะเริ่มต้นจึงจะให้คำตอบสหพันธ์ได้
"ความสำเร็จจากศึกเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย ทำให้สหพันธ์เพาะกายนานาชาติทาบทามให้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันชิงแชมป์โลกในปีหน้า ต่อจากกรุงดูไบ ประเทศยูเออีที่รับจัดรายการดังกล่าวในปีนี้ แต่สมาคมต้องขอดูรายละเอียดเรื่องงบประมาณการสนับสนุนก่อนว่ามีจำนวนเท่าใด เพียงพอกับค่าใช้จ่ายและภาระต่างๆ ที่สมาคมต้องรับผิดชอบหรือไม่ หากทุกอย่างเพียงพอก็รับจัดทันที แต่ถ้าต้องเข้าเนื้อหรือไม่มีสปอนเซอร์สนับสนุนก็คงจะให้ชาติอื่นที่มีความพร้อมกว่าทำหน้าที่แทน" นายศุกรีย์ กล่าวทิ้งท้าย



