ข่าว

"ไก่อู"ชี้พื้นที่ภาคใต้เข้าใจความจำเป็นสร้างโรงไฟฟ้า

"ไก่อู"ชี้พื้นที่ภาคใต้เข้าใจความจำเป็นสร้างโรงไฟฟ้า

21 พ.ค. 2560

มั่นใจเวทีพื้นที่ภาคใต้ปชช.เข้าใจความจำเป็นสร้างโรงไฟฟ้ามากขึ้นกำชับกระทรวงพลังงานหาแนวทางชี้แจงข้อเท็จภาคอื่นเพิ่ม

          21 พ.ค. 60 พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบรายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการสร้างความรู้ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ ตามคำสั่งหน.คสช.ที่ 4/2560 

         โดยคณะกรรมการฯ ได้จัดเวทีให้ความรู้เปิดโอกาสให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นจำนวน 3 เวที ครอบคลุมพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 3,485 คน โดยเวทีแรกจัดขึ้นที่จ.กระบี่ มีผู้เข้าร่วม1,182 คนจาก 4 จังหวัดได้แก่ พังงา ภูเก็ตกระบี่ และตรัง ในส่วนเวทีที่ 2 จัดขึ้นที่จ.สุราษฎร์ธานี ผู้เข้าร่วม1,167 คนจาก 4 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช และเวทีที่ 3 จัดขึ้นที่ จ.สงขลา มีผู้เข้าร่วม 1,136 คน จาก 6 จังหวัด ได้แก่  พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส 

         อย่างไรก็ดีทุกเวทีแบ่งการจัดกิจกรรมออกเป็น 2 ช่วง คือ ภาคเช้า เป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ในปัจจุบันและในอนาคต ทางเลือกในการสร้างโรงไฟฟ้าที่เป็นไปได้ รวมทั้งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและภาคบ่าย เป็นการแสดงความคิดเห็นของผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ที่เป็นไปอย่างปรองดอง ซึ่งจะทำให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าวได้มีส่วนร่วมโดยตรงแล้ว ยังมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์และสถานีวิทยุในพื้นที่ภาคใต้ไปพร้อมกันด้วย จึงเชื่อว่าประชาชนอีกจำนวนมากจะได้รับความรู้และความเข้าใจเช่นเดียวกัน

         นอกจากนี้พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นถึงความจำเป็นที่ควรสร้างโรงไฟฟ้าในภาคใต้  รองลงมายังไม่แน่ใจ และมีส่วนน้อยที่เห็นว่า ไม่ควรสร้างโรงไฟฟ้าในภาคใต้ แต่ควรใช้การบริหารจัดการ เช่น รณรงค์การประหยัดไฟฟ้า ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน เป็นต้น

         พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า สำหรับข้อกังวลของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ได้แก่ กระบวนการขนส่งถ่านหินวิธีการควบคุมมลพิษที่เกิดจากการผลิตไฟฟ้า การบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าที่จะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสุขภาพและการท่องเที่ยว โดยเห็นว่าควรให้ชุมชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้าและการติดตามประเมินผลการทำงาน ซึ่งกระทรวงพลังงานมีคำตอบและเตรียมแนวทางป้องกันรับมือกับปัญหาไว้ทั้งหมดแล้ว

         "นายกฯได้กำชับให้กระทรวงพลังงาน และหน่วยของรัฐอื่นๆที่มีหน้าที่สื่อสารกับประชาชน สร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่องว่า ความต้องการพลังงานจะแปรผันตรงกับความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ เมื่อเศรษฐกิจในภาคใต้เจริญขึ้น ก็จะต้องใช้พลังงานมากขึ้น จึงจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าหรือแหล่งพลังงานหลักที่มีความเสถียร ไม่มีความเสี่ยงที่จะขาดแคลนพลังงานเป็นช่วงๆหรือเป็นเวลานาน และสามารถรองรับความต้องการได้ทั้งหมด ส่วนพลังงานทางเลือกอื่นนั้นเป็นเพียงตัวช่วยหรือสนับสนุนให้เกิดความมั่นคงมากยิ่งขึ้น" 

         ขณะเดียวกันนายกฯยังได้ขอให้ขยายพื้นที่สร้างความรู้ความเข้าใจ ไปยังพี่น้องประชาชนในภาคอื่นๆทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้และมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางด้านพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไปด้วย.