ข่าว

ไม่ยึดติด!! "สมชัย" น้อมรับหากท้ายสุดกก.สรรหาไม่เลือก

ไม่ยึดติด!! "สมชัย" น้อมรับหากท้ายสุดกก.สรรหาไม่เลือก

21 พ.ค. 2560

"สมชัย" ทำใจ-ไม่ยึดติดเก้าอี้กกต. ขอรอ สนช.ชีขาด 9 มิ.ย.นี้ ย้ำ ที่ผ่านาทุ่มเท-ใส่ใจงานตลอด พร้อมจัดงบ-บุคลากร สอดรับผู้ตรวจการเลือกตั้ง

          21 พ.ค.60 - ที่โรงแรมวี ราชเทวี นายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวภายหลังการอภิปราย ในหัวข้อ "มองการเลือกตั้งครั้งหน้าตามตารางต่างประเทศ" ในการประชุมเชิงปฏิบัติการของมูลนิธิองค์การกลางเพื่อประชาธิปไตย ว่า ที่ผ่านมามีการนำโปรแกรมเครื่องมือบริหารจัดการความเสี่ยงในการเลือก หรือ อีอาร์เอ็ม มาทดลองใช้ในการลงประชามติเมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2559 ที่มี 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การอบรมอาสาสมัคร การตรวจสอบความครบถ้วนสมบูรณ์ของอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ และการประเมินภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งได้ผลเป็นอย่างดี

          "ผมจะเสนอให้ใช้โปรแกรมดังกล่าวในการเลือกตั้งปี 2561 ที่จะถึงด้วย โดยจะเพิ่มปัจจัยสำคัญเข้าในโปรแกรม เช่น ความเสี่ยงในการทุจริต จะจัดกลุ่มเขตเลือกตั้งที่เสี่ยง และจะจัดบุคลากรเพิ่มเติมในเขตนั้น เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงดังกล่าว รวมทั้งการเสริมให้มีภาคประชาชนเข้าร่วมตรวจสอบความโปร่งใสในการเลือกตั้งผ่านองค์กรเอกชนต่างๆด้วย อย่างไรก็ตาม โปรแกรมนี้ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม แต่จะจัดเข้ากับการอบรมในจังหวัดต่างๆแทน"นายสมชัย กล่าว

 

"สมชัย" ขอรอความชัดเจนคุณสมบัติกกต. ผลโหวตสนช. 9 มิ.ย.นี้

          ทั้งนี้ นายสมชัย ยังกล่าวถึงกรณีที่การประชุมสัมนาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่ จ.จันทรบุรี ยังไม่มีข้อยุติเกี่ยวกับคุณสมบัติของกกต. ว่า เรื่องนี้ไม่เป็นปัญหาต่อการทำงานของกกต. เพราะไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ก็ต้องทำงานอย่างเต็มที่ อีกทั้งกกต.เองก็ไม่ได้หยุดงาน เราเตรียมงานในส่วนที่เกี่ยวข้องตลอดเวลาด้วยความทุ่มเท และเอาใจใส่ ไม่ได้หมายความว่าหากมีใครต้องออก หรือมีใครถูกสรรหาเข้ามาใหม่จะเป็นอย่างไร เพราะเราเตรียมงานทุกอย่างมาต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อสุดท้ายแล้ว หากมีกกต.คนใดต้องขาดคุณสมบัติจริง องค์กรก็ยังคงอยู่ กกต.คนใหม่ต้องมาเรียนรู้และศึกษางานว่าสิ่งที่คนเก่าทำเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ อย่าไปยึดติด กกต.ทุกคนทำงานเต็มที่ แต่เรื่องนี้ขอให้ฝ่ายออกกฎหมายเป็นผู้ประเมินเองว่าแบบไหนจะมีผลดีมากกว่ากัน และคิดว่าต้องรอฟังผลโหวตของที่ประชุมสนช.ในวันที่ 9 มิ.ย.นี้ เรื่องคุณสมบัติของกกต.จะมีความชัดเจน

 

เผย เตรียมแฟ้มผลงานภาคประชาสังคม 22 ปี ชงกก.สรรหา

          "หากผลสุดท้ายแล้วเป็นไปตามที่กรธ.เสนอ แน่นอนว่าเรื่องคุณสมบัตินั้น นายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านกิจการการมีส่วนร่วม ก็จะต้องพ้นการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากเคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินมาก่อนไม่เกิน 10 ปี  ส่วนผมก็ได้เตรียมแฟ้มเอกสารข้อมูลการทำงานภาคประชาสังคมในช่วง 22 ปีที่ผ่านมา เพื่อเสนอคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาคุณสมบัติกกต.ว่าครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ คิดว่าน่าจะเพียงพอตามที่มีการการกำหนดให้ผู้ที่จะเข้ารับการสรรหาต้องมีการทำงานภาคประชาสังคมไม่น้อยกว่า 20 ปี แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการสรรหาว่าจะพึงพอใจหรือไม่ ถ้าพึงพอใจก็ทำงานต่อ หากไม่พึงพอใจก็ต้องพ้นหน้าที่ไป"นายสมชัย กล่าว

 

รับได้ทุกอย่าง หาก สนช. เห็นตามกรธ.ตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งแทนกกต.จว.

           นายสมชัย ยังกล่าวถึงกรณีที่กรธ. เสนอร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. .... ต่อสนช.ให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งทำหน้าที่แทนกกต.จังหวัด ว่า ตนคิดว่าหากมีทั้งสองอย่างอาจเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมกัน เช่น หากพื้นที่ใดมีความเสี่ยงทุจริตการเลือกตั้งเป็นพื้นที่สีแดง พื้นที่สีส้ม หรือพื้นที่สีเหลืองที่จะต้องดูแลเป็นพิเศษ กกต.ก็จะส่งผู้ตรวจการเลือกตั้งลงไปตรวจสอบพื้นที่นั้นว่าเกิดอะไรขึ้น มีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ไปหาข่าวและเก็บข้อมูลเพื่อใช้ประกอบในการจัดการเลือกตั้ง แต่ไม่ว่าผลสุดท้ายจะออกมาอย่างไร จะให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งอย่างเดียว กกต.ก็พร้อมจัดการเลือกตั้งตามรูปแบบที่กำหนด แต่อยากเสนอว่าผู้ตรวจการเลือกตั้งจะมีจุดอ่อนในบางเรื่อง ส่วนกกต.จังหวัดเองก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียในบางเรื่อง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสนช. เป็นผู้คิดประเมินว่า รูปแบบใดดีกว่ากัน อย่างไรก็ตาม ตนได้เตรียมเรื่องงบประมาณการจัดการเลือกตั้งและต้องเตรียมกำลังคนแล้ว หากมีผู้ตรวจการเลือกตั้ง เพื่อให้กลไกต่างๆเกิดขึ้นได้จริง เมื่อดำเนินการไปแล้วเป็นอย่างไรก็ค่อยมาสรุปบทเรียนอีกครั้ง